ตัวแทนผู้ป่วยร้องกมธ. หลัง สปสช. ปรับเกณฑ์คลินิกนวัตกรรมทบทวนคุมโควตา “บัตรทอง” ชี้กระทบผู้ป่วยเข้าถึงการรักษา วอนปรับค่าเบิกจ่ายสะท้อนต้นทุนจริง


วันที่ 24 ก.ย.2569 นางสาวภนิดา มงคลสวัสดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล รับหนังสือจากตัวแทนคลินิกนวัตกรรมหลังการปรับลดจำนวนครั้งการเข้าใช้บริการรายสัปดาห์ และการจำกัดงบเบิกจ่ายค่าบริการ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้สิทธิบัตรทอง ไม่สามารถเข้ารับการรักษาได้อย่างต่อเนื่องแม้มีความจำเป็น


นพ.วิษณุ เจริญสุวรรณ แพทย์ประจำคลินิกนวัตกรรมย่านบางโพ กล่าวว่าการตั้ง “คลินิกนวัตกรรม” (คลินิกเอกชน) เพื่อช่วยลดความแออัดในโรงพยาบาลและเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล แต่มาตรการล่าสุดของ สปสช. ที่จำกัดโควตาการเข้ารับบริการรายสัปดาห์ ส่งผลให้คลินิกไม่สามารถรองรับผู้ป่วยได้เต็มศักยภาพ แม้สถานพยาบาลจะมีความพร้อมในการให้บริการจึงมายื่น 3 ข้อเสนอหลักถึง สปสช. คือ 1. ยกเลิกมาตรการจำกัดโควตารายสัปดาห์ ขอให้กลับไปใช้เกณฑ์เดิมที่เหมาะสม เช่น การจำกัดการเข้ารับบริการไม่เกิน 2 ครั้ง/คน/เดือน 2. ปรับอัตราค่าเบิกจ่าย ขอให้พิจารณาปรับอัตราการเบิกจ่ายค่าบริการบางรายการให้สอดคล้องกับต้นทุนการให้บริการจริง เพื่อให้หน่วยบริการสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และ 3. ดึงทุกฝ่ายร่วมวางนโยบาย-ดัน Telemedicine: เสนอให้ผู้ได้รับผลกระทบมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางนโยบาย พร้อมส่งเสริมการใช้ระบบการแพทย์ทางไกล โดยให้ส่วนกลางทำระบบมาตรฐานที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อกระจายการบริการไปยัง รพ.สต. และลดระยะเวลาการรอคอยของผู้ป่วย

นายแพทย์วิษณุ ยืนยันว่า การออกมาร้องเรียนในครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของคลินิกฝ่ายเดียว แต่ทำเพื่อเรียกร้องระบบการบริหารงบประมาณที่เป็นธรรม โปร่งใส และคุ้มครองสิทธิการรักษาพยาบาลของประชาชนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้


ตัวแทนผู้ป่วยยกมือไหว้และกล่าวว่า ต้องการขอความช่วยเหลือให้ผู้มีอำนาจช่วยแก้ปัญหา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของประชาชน


ด้าน นางสาวภนิดา กล่าวว่า คลินิกนวัตกรรมถือเป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงประชาชนให้เข้าถึงสิทธิการรักษาพยาบาล หากมีระเบียบหรือข้อขัดข้องที่ทำให้ประชาชนได้รับความยากลำบาก ฝ่ายนิติบัญญัติก็พร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมประสานระหว่าง สปสช. ผู้ให้บริการ และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งนี้จะนำเรื่องดังกล่าวบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมของคณะกรรมาธิการฯ โดยเร็ว และจะเชิญตัวแทน สปสช. ผู้ร้องเรียน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาชี้แจงและร่วมกันหาแนวทางแก้ไข พร้อมย้ำว่า ข้อเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้ทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเป็นการใช้งบประมาณเกินจำเป็น แต่เป็นการเรียกร้องให้เกิดกระบวนการที่โปร่งใส มีหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์สูงสุดของประชาชนเป็นสำคัญ