“อนุทิน” มั่นใจเจรจาภาษีสหรัฐฯ ต้องสำเร็จ เผยใกล้จบแล้ว ย้ำ ก.ต่างประเทศ ทราบดีไทยควรดำรงสถานะอย่างไร ขอชุมชนไทยอย่าห่วงชายแดนไทย-กัมพูชา แจงสัมพันธ์เมียนมาดี ขยายสัมปทานแหล่งก๊าซ
วันที่ 24 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. ของวันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่นนครนิวยอร์ก ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 11 ชั่วโมง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวในตอนหนึ่งระหว่างพบปะชุมชนไทยที่วัดพุทธไทยถาวรวนาราม นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ถึงการเจรจาภาษีสหรัฐอเมริกา ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กำลังเจรจา เชื่อมั่นว่าจะต้องสำเร็จ ไม่มีทางที่จะไม่สำเร็จ โดยไทยขายสินค้าให้สหรัฐฯ 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ได้ดุลการค้าเกือบ 7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ถ้าไปปฏิเสธเพื่อเซฟอย่างอื่น แล้วทำให้สินค้าอื่นขายไม่ได้ จะเกิดประโยชน์อย่างไร และสหรัฐฯ เป็นประเทศมหาอำนาจ
ดังนั้น ไทยต้องพยายามหาจุดที่สามารถรับได้ ตอนนี้เหลือเพียงเรื่องของศักดิ์ศรี ไม่ใช่เรื่องการซื้อมาขายไป แต่หากบอกว่าถ้าเขาเป็นศัตรูกับประเทศไหน คุณต้องเป็นด้วย ถ้าเป็นเช่นนั้นเราก็ไม่รับ ประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่หารือกันเป็นเรื่องท้าย และขณะนี้การเจรจาใกล้จบแล้ว
“ถ้าเขาไม่มีเรา เขาก็เหนื่อยเหมือนกัน เพราะสินค้าหลักก็มาจากเมืองไทย ส่วนประเทศจีน ก็มีการค้าขาย ก็ต้องอยู่กันอย่างนี้ จะอยู่ข้างใดข้างหนึ่งไม่ได้ เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศมหาอำนาจมากเพียงพอ ที่เราจะยืนอยู่บนขาตนเองได้ ดังนั้น ขอให้มั่นใจว่าประเทศของเราโดยกระทรวงการต่างประเทศ ทราบดีว่าเราควรจะดำรงสถานะของเราอย่างไร ซึ่งประเทศของเราก็ใช้บริบทนี้ในการพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด”
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงข้อบาดหมางกับประเทศเพื่อนบ้าน ว่า ขอประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ยืนยันไม่มีเรื่องของความรุนแรงที่จะต้องเผชิญหน้ากัน ส่วนข่าวที่ออกมาไม่ว่าจะออกมาจากไหนนั้นไม่ทราบ แต่หากใครมีญาติอยู่บริเวณชายแดน ขอไม่ต้องห่วงว่าใครจะมารังแก และไม่ต้องห่วงว่าจะเสียดินแดน เพราะเราป้องกันอธิปไตยไว้เต็มที่ ขณะนี้เหลือแต่เพียงว่าเมื่อไหร่จะพร้อมเจรจา โดยผู้ที่จะกำหนดเงื่อนไขต่างๆ ต้องเป็นประเทศไทย เพราะไทยถูกคุกคามโดยใช้อาวุธสงครามยิงเข้ามาทำร้ายประชาชนของเรา ซึ่งได้ดำเนินการตอบโต้ เพื่อปกป้องอธิปไตยเต็มที่ ทำให้ขณะนี้ทุกอย่างจึงค่อนข้างที่จะมีความสงบ
ขณะนี้มีการยกเลิก MOU 2544 และจะมาใช้ข้อตกลงใหม่ ถ้าเพื่อนบ้านพร้อมเจรจา ซึ่งด้วยความที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านกัน และต่างก็เป็นประเทศสมาชิกอาเซียน ดังนั้น เมื่อถึงจุดหนึ่งก็ต้องหาทางเจรจา ขอย้ำทุกอย่างอยู่ในสภาวะปกติ ไม่ต้องมีความกังวลใดๆ ขณะที่เพื่อนบ้านอีกฝั่งคือประเทศเมียนมา มีความสัมพันธ์ที่เป็นไปด้วยดี เห็นได้จากความร่วมมือด้านแหล่งก๊าซ และการขยายสัมปทานให้ ปตท.
“ประเทศไทยของเราเป็นด้ามขวาน ซึ่งบริเวณอ่าวไทย รูป ก. บริเวณนั้นมีก๊าซเยอะอยู่แล้ว ยิ่งฝั่งกัมพูชาไม่ยอมจบกับเรา เราก็ดูดของเราอยู่ทุกวัน ของสูงไหลลงที่ต่ำอยู่แล้ว จริงๆ เขาต้องรีบจบกับเราจะได้มาแชร์กันได้ คุณไม่จบผมก็ดูดอยู่นั่นแหละ เพราะทุกวันนี้เราใช้แหล่งนี้เป็นแหล่งพลังงาน ก๊าซธรรมชาติของเราอยู่แล้ว นอกจากนี้ เพิ่งพบแหล่งก๊าซธรรมชาติฝั่งทะเลอันดามันที่มีขนาดพอๆ กับในอ่าวไทยที่มีอยู่แล้ว ซึ่งอีก 50-60 ปี เรายังใช้ได้อยู่ จึงยืนยันได้ว่าประเทศไทยมีความมั่นคงพลังงาน”