รมต.สุขสมรวย ดันสำนักงานกองทุนหมู่บ้าน จับมือสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร เสริมความรู้เกษตรกรไทย 4 ภาค ต่อยอดของดีท้องถิ่นสู่รายได้ยั่งยืน 


วันที่ 24 กันยายน 2569 สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของนางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. (ARDA) ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เรื่อง “การส่งเสริมพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมกระบวนการผลิต และการนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ในการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร”


ความร่วมมือครั้งนี้มีวัตถุประสงค์หลัก 3 ข้อ คือ พัฒนาศักยภาพสมาชิกกองทุนหมู่บ้านด้านเทคโนโลยีการเกษตรและการแปรรูปอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้เสริมหรือรายได้หลักเพื่อลดการพึ่งพารายได้ภายนอกและการย้ายถิ่น และเสริมความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนอย่างยั่งยืน


โดยฝ่ายวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ (ฝวพ.) ของ สทบ. รับผิดชอบหลักในการประสานงานกับ สทบ. สาขาเขตทั่วประเทศ ขณะที่ สวก. สนับสนุนวิทยากรและองค์ความรู้ด้านวิชาการผ่านหน่วยงานในสังกัดภูมิภาค


โครงการหลักภายใต้ความร่วมมือนี้คือ “พัฒนาทักษะเกษตรกรเชิงอาชีพ 4 ภาค” จัดรวม 8 ครั้งระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2569 ครอบคลุมพืชและสัตว์เศรษฐกิจประจำถิ่นของแต่ละภูมิภาค โดยทุกครั้งใช้รูปแบบเดียวกันคือ บรรยายวิชาการและถอดบทเรียนกรณีศึกษาความสำเร็จในภาคเช้า ตามด้วย Workshop ปฏิบัติจริงแปรรูปผลิตภัณฑ์ในภาคบ่าย


หลักสูตรครอบคลุมตั้งแต่ “มะปี๊ดครบวงจร” และ “ทุเรียน” ที่จังหวัดจันทบุรี ซึ่งสอนตั้งแต่การขยายพันธุ์โดยปราชญ์ชาวบ้าน ไปจนถึงเทคนิคจัดการดินน้ำในสภาพอากาศแปรปรวน และ Workshop แปรรูปเป็นแยม เจลลี่กัมมี่ และขนมไส้ทุเรียนลาวา ต่อด้วยหลักสูตร “ถั่วเหลือง” และ “ข้าว” ที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งครั้งที่สอนถั่วเหลืองมีผลประเมินความพึงพอใจสูงถึง 4.06 จาก 5 คะแนน ส่วนหลักสูตรข้าวสอนตั้งแต่มาตรฐาน GAP ไปจนถึง Workshop ทำสบู่น้ำนมข้าวและซูชิจากข้าวไทย


เช่นเดียวกับที่จังหวัดเลยก็มีหลักสูตร “กาแฟ” ร่วมมือกับภาคเอกชนในพื้นที่ สอนแนวคิด “ป่า 4 ชั้น” เปลี่ยนภูเขาหัวโล้นให้กลายเป็นแหล่งสร้างรายได้ ส่วนที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหลักสูตร “มังคุดครบวงจร” ที่สอน Workshop ทำไวน์มังคุด ผ้ามัดย้อมจากเปลือกมังคุด และไอศกรีมมังคุด ปิดท้ายด้วยหลักสูตร “การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเศรษฐกิจชายฝั่ง” ที่สอนเลี้ยงปูม้าและหอยพร้อมแปรรูปเป็นน้ำพริก โดยผู้เข้าอบรมทุกคนได้รับใบประกาศนียบัตร


ความร่วมมือนี้ไม่ได้จบแค่การอบรม แต่ยังมีกำหนดติดตามผลที่จังหวัดจันทบุรี ครอบคลุม 20 กองทุน เพื่อประเมินว่าสมาชิกนำความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดสร้างอาชีพจริงหรือไม่ สะท้อนความตั้งใจที่จะสร้างผลสัมฤทธิ์ที่วัดผลได้จริง ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมให้ครบตามแผน


ปฏิเสธไม่ได้ว่าความร่วมมือที่เกิดขึ้นตอกย้ำแนวทางการทำงานที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้เกษตรกรไทยสามารถต่อยอดผลผลิตพื้นฐานให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง ลดการพึ่งพารายได้จากภายนอก และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากอย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับผู้ที่สนใจติดตามผลงานและผลิตภัณฑ์จากความร่วมมือของ สทบ. กับ สวก. และภาคีเครือข่ายต่างๆ สามารถมาได้ที่บูธ สทบ. K3 ในงาน FARM EXPO 2026 ระหว่างวันที่ 24-27 กันยายน 2569 ณ ฮอลล์ 5-8 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี