“เท้ง ณัฐพงษ์” ยันคดี “ภาวุธ-สมชาติ” 2 สส.พรรคประชาชน ใช้มาตรฐานเดียวกันแจง หากพบทำผิดจริงต้องเข้าสู่กระบวนยุติธรรม ไม่ใช้เอกสิทธิ์ สส.


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 23 กันยายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ที่รัฐสภา ถึงกรณี พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ระบุว่าจะมีการสั่งฟ้องในคดีของ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ว่า ตนเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการดูแลเรื่องนี้อยู่ ยืนยันว่าเร็วๆ นี้จะมีการดำเนินการส่วนนี้เพิ่มเติม แต่ ณ ตอนนี้ขอไม่ลงรายละเอียดไปมากกว่านี้ และยืนยันในหลักการหนึ่งว่าเราใช้บรรทัดฐานเดิมในการดูแลคนในพรรคมาโดยตลอด คงไม่ได้ใช้มาตรฐานอะไรที่ต่างไปจากเดิมในอดีต

ทางด้านคำถามว่า กลไกของพรรคที่ตรวจสอบพบว่ามีข้อพิรุธหรือสุ่มเสี่ยงความผิดหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดตอนนี้ได้ เพราะเราพยายามชั่งน้ำหนัก เรายืนหลักมาตรฐานเดิม แปลว่าถ้าเราเห็นหลักฐานที่ชี้ชัดว่าคนของเรามีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดแม้จะยังไม่ไปสู่ศาล ดังนั้น หลักมาตรฐานของนักการเมืองควรจะสูงกว่า เราไม่ควรใช้เอกสิทธิ์ต่างๆ และควรเข้าสู่กระบวนการในฐานะประชาชนคนธรรมดาทั่วไป

นายณัฐพงษ์ เผยต่อไป ส่วนอีกหลักหนึ่งคือเราพยายามชั่งน้ำหนักว่าคดีนี้เป็นคดีทางการเมืองหรือไม่ อย่างที่สังคมได้ตั้งคำถาม ฉะนั้น เรื่องนี้เราก็พยายามดูว่าสิ่งที่นายภาวุธ กำลังเข้าสู่กระบวนการ พรรคได้ติดตามอยู่ตลอด ถ้าเห็นว่าหลักฐานที่หน่วยงานมีว่านายภาวุธ มีส่วนเกี่ยวข้อง ถ้านายภาวุธ พร้อมและบริสุทธิ์ใจที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เราก็พร้อมสนับสนุนให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ได้ปกป้องคนภายในของพรรค

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีที่ พลตำรวจโทรุทธพล ระบุจะมีการส่งฟ้องภายในสัปดาห์นี้ เมื่อถูกส่งฟ้องแล้วก็ต้องมอบตัว เอกสิทธิ์ สส. จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับนายภาวุธ ไม่ได้มีความประสงค์จะใช้เอกสิทธิ์ สส. อยู่แล้ว ถ้ามีหมายที่ได้รับเข้ามา และกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต้องเข้าไปชี้แจง เขาก็พร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง

ส่วนกรณีที่ นายสมชาติ เตชถาวรเจริญ สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน ไม่ได้เข้าไปชี้แจงกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในคดีนอมินี นายณัฐพงษ์ บอกว่า ก่อนหน้านี้นายสมชาติ แสดงท่าทีมีความบริสุทธิ์ใจอยากจะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ส่วนความล่าช้าที่มีการเลื่อนต่างๆ ออกมา ตนจะลงไปติดตามเพิ่มเติม และช่วยสนับสนุนทุกอย่างให้เดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยไม่ได้ใช้เอกสิทธิ์ สส. ในการคุ้มครอง 

นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวด้วยว่า อย่างไรก็ตามมีรายงานว่า 28 บริษัทที่นายสมชาติ มีชื่ออยู่ นายสมชาติได้ลาออกและมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงรายชื่อแล้ว กระบวนการภายในพรรคก็มีการดำเนินการคู่ขนาน แต่เราต้องพยายามชั่งน้ำหนักทั้ง 2 ฝั่งกรณีของนายสมชาติ จะใช้หลักการเดียวกันกับกรณีของนายภาวุธ

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามว่ามีเดดไลน์หรือไม่ เพราะกรณีนี้ใช้เวลาในการตรวจสอบนานแล้ว นายณัฐพงษ์ ตอบว่า จริงๆ พยายามจะดำเนินการให้เร็วที่สุด ถ้ามีความชัดเจนเพิ่มเติม ตัวแทนพรรคจะออกมาชี้แจง.