“ภราดร” ยันรัฐบาลแจ้งเตือนประชาชนฝนตกหนักไม่ล่าช้า หลังกรมอุตุฯ แจ้งเฝ้าระวัง 23-26 ก.ย. เป็นฝนก้อนใหญ่ก้อนสุดท้าย ก่อนทิ้งช่วงไป ต.ค. จ่อระบายน้ำเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่ม-ใช้วิธีผันแบบก้างปลา
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 22 กันยายน 2569 ที่พรรคภูมิใจไทย นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศแจ้งเตือนฝนตกหนักมาก ว่า คณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง ที่มี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นประธาน มีการประชุมเร่งด่วนเสร็จสิ้นแล้ว โดยนำการพยากรณ์อากาศในช่วงหนึ่งสัปดาห์นี้มารายงานต่อที่ประชุม ทราบว่าระหว่างวันที่ 23-26 กันยายนนี้ จะมีปริมาณน้ำฝนปริมาณมาก โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมถึงภาคเหนือตอนล่างบางส่วน จะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำฝนที่กำลังจะเกิดขึ้นช่วงสัปดาห์ที่จะถึงนี้
นอกจากนี้ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้มาร่วมให้ข้อมูลด้วย โดยได้มีข้อสั่งการจากนายเอกนิติในหลายประเด็น โดยพื้นที่ภาคกลางมีการประเมินว่าปริมาณน้ำตกค้างที่เกิดขึ้นจากฝนเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีปริมาณมากพอสมควรในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร พิษณุโลก นครสวรรค์ สุโขทัย และอุทัยธานี ทำให้ปริมาณน้ำที่ลงมาในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น เป็นเหตุให้กรมชลประทานระบายน้ำในอัตราเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยประกาศว่าจะมีการเพิ่มการระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาที่ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที สิ่งที่จะเกิดขึ้นตามมาคือพื้นที่ลุ่มตั้งแต่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทองบางส่วน ลุ่มน้ำฝั่งท่าจีน ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง
อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะควบคุมการระบายน้ำไม่ให้เกินจากระดับนี้ จากการคาดการณ์ปริมาณน้ำฝน 3-4 วันหลังจากนี้ นายเอกนิติ ได้กำชับให้บริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และให้บริหารจัดการน้ำในแนวก้างปลา โดยมีทุ่งรับน้ำที่เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว ให้พยายามเอาน้ำไปเก็บไว้ตรงนั้นก่อน ทั้งในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และลพบุรีบางส่วน เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับพี่น้องประชาชนที่อยู่พื้นที่ลุ่มต่ำ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี และจังหวัดอ่างทองบางส่วน โดยขอฝากเตือนถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ให้รับฟังข่าวสารอย่างใกล้ชิดในช่วงระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์จากนี้
นายภราดร เผยต่อไปว่า ตนได้ถามในที่ประชุมว่าจากการประเมินของกรมอุตุนิยมวิทยา และกรมชลประทาน ประเมินตรงกันหรือไม่ว่าน้ำก้อนนี้จะเป็นก้อนสุดท้าย ซึ่งพบว่าจากพยากรณ์ล่าสุดจนถึงวันนี้ ยืนยันว่าปริมาณน้ำฝนก้อนนี้จะเป็นก้อนใหญ่ก้อนสุดท้าย ส่วนหลังจากนี้ไปจนถึงช่วงเดือนตุลาคมจะทิ้งระยะพอสมควร ซึ่งทำให้การระบายน้ำก้อนนี้ออกไปได้ ทั้งนี้ แม้ผลกระทบจะมีบ้างในพื้นที่ลุ่มต่ำ แต่จะพยายามควบคุมให้เกิดผลเสียกับประชาชนน้อยที่สุด
เมื่อถามถึงการทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ทุ่งรับน้ำ นายภราดร ระบุว่า บางพื้นที่เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว 100% เช่น ทุ่งผักไห่ และทุ่งบางบาล ซึ่งสามารถนำน้ำไปเก็บได้เพราะเป็นพื้นที่ทุ่งรับน้ำ ส่วนพื้นที่อื่นให้บริหารจัดการน้ำแบบก้างปลา คืออาจนำน้ำเข้าไปในระบบชลประทานเพิ่มขึ้น แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือกำชับกรมชลประทานให้ระบายน้ำแต่พอดี ไม่ใช่ระบายแล้วไปสร้างผลกระทบเพิ่มเติมให้พื้นที่อื่นด้วย โดยพื้นที่ไหนรับน้ำได้เท่าไหร่ กรมชลประทานสามารถประเมินด้วยตัวเองได้ เชื่อว่าจะสามารถบริหารจัดการได้ และเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขได้มากที่สุด
ส่วนกรณีที่มีบางเพจโพสต์สร้างความตื่นตระหนก และโจมตีรัฐบาลว่าไม่แจ้งเตือนประชาชนนั้น นายภราดร กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นการประชุมเร่งด่วน เพราะเพิ่งได้รับสัญญาณจากกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งเพิ่งจับสัญญาณปริมาณน้ำฝนได้ในช่วงไม่กี่วัน โดยที่เราพยายามแจ้งให้ประชาชนรับทราบโดยเร็วที่สุด.