ครม. ต่อลมหายใจยืดเวลา “ไทยช่วยไทยพลัส-บัตรคนจน” อีก 2 เดือน ช่วงเดือน ต.ค.- พ.ย. พยุงกำลังซื้อของประชาชน


วันที่ 22 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วิกฤตสงครามในตะวันออกกลางระลอกใหม่ส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนผลักให้อัตราเงินเฟ้อของไทยแตะระดับ 2.5% รัฐบาลจึงต้องเร่งออกมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยดึงวงเงินที่เหลือประมาณ 44,000 ล้านบาท จากกรอบ พ.ร.ก.กู้เงิน 200,000 ล้านบาทแรกมาใช้ดำเนินโครงการด้วยการแบ่งการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเติมเงินเพิ่ม 700 บาท จากเดิม 300 บาท รวมเป็น 1,000 บาท/คน และผู้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 รับวงเงินช่วยเหลือ 1,000 บาท/คน

นายเอกนิติ คาดว่า เม็ดเงินอัดฉีดรอบนี้จะช่วยดัน GDP ขยายตัวเพิ่มขึ้นอีกราว 0.1% (ไม่รวมเงินสมทบจากประชาชน) จากที่โครงการช่วงก่อนหน้าช่วยดัน GDP ไปแล้วราว 0.38 - 0.4% พร้อมระบุว่าวิกฤตครั้งนี้เป็นสัญญาณเตือนให้ไทยต้องเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างยั่งยืน ส่วนโครงการ "ไทยเที่ยวไทยพลัส" วงเงิน 4,000 ล้านบาท ได้เลื่อนไปจัดสรรใช้ในปีงบประมาณ 2570 เรียบร้อยแล้ว

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ยืนยันว่า การอัดฉีดครั้งนี้ไม่มีการกู้เงินเพิ่ม แต่เป็นการบริหารเงินภายใต้กรอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทเดิม พร้อมชูข้อดีของระบบร่วมจ่าย (Co-pay 60/40) ว่าช่วยดึงเงินในกระเป๋าประชาชนออกมาใช้จ่าย เกิดผลคูณทวีทางเศรษฐกิจ (Multiplier Effect) กระจายสู่ร้านค้ารายย่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการแจกเงินแบบให้เปล่า

ขณะที่นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงการปรับเกณฑ์คัดกรองบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ว่า มีการตัดสิทธิ์กลุ่มที่ไม่เข้าเกณฑ์ออก เช่น นักเรียน-นักศึกษา (ซึ่งมี กสศ. ดูแล) แต่ได้ผ่อนปรนเกณฑ์ทรัพย์สินบางรายการเพื่อความเที่ยงตรง อาทิพอร์ตหุ้น/ตราสารหนี้ ยกเว้นให้ผู้ที่ไม่เคยมีมูลค่าเกิน 5,000 บาท หรือไม่มีการเคลื่อนไหว ยานพาหนะ รถจักรยานยนต์อายุเกิน 15 ปี รวมถึงรถยนต์และรถเกษตรกรรมอายุเกิน 20 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่นำมาคิดเป็นทรัพย์สิน

ทั้งนี้ ภาครัฐจะทยอยประกาศผลการทบทวนสิทธิ์ให้ชัดเจนก่อนวันที่ 30 กันยายน 2569 โดยผู้ที่หลุดสิทธิ์จากบัตรคนจนจะได้รับการรองรับเข้าสู่โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ทันที ส่วนผู้ได้สิทธิ์รายเดิมที่มีแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" สามารถกดรับเงื่อนไขเพื่อเริ่มใช้สิทธิ์ต่อเนื่องได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นต้นไป นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เตรียมมาตรการปล่อยสินเชื่อเงินทุนหมุนเวียนเพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย