ประวัติ “ร.ต.อ. ปิยะ รักสกุล” อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)คนใหม่ตามคาด ประธานอนุกรรมการสอบสวนคดีฮั้ว สว.คณะที่36 หนึ่งในเสียงข้างมากเห็นควรยกคำร้องและยุติสอบคดีฮั้ว สว.

เปิดประวัติและเส้นทางรับราชการของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล

วันที่ 22 ก.ย.2569 ในที่สุดข่าวลือก็เป็นความจริง เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้ง ร้อยตำรวจเอก ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ และประธานอนุกรรมการสอบสวนคดี ฮั้ว สว. คณะที่ 36 ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) คนใหม่ แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ

จากพนักงานสอบสวนสู่เก้าอี้อธิบดี DSI คนใหม่

ประวัติ ร้อยตำรวจเอก ปิยะ ถือเป็นลูกหม้อของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ที่มีประสบการณ์ในงานสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญมาแล้วหลายคดี ทั้งหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุรุนแรงและการชุมนุมทางการเมืองของกลุ่มนปช.ปี 2553

 -พ.ศ. 2552 เป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8

 -พ.ศ. 2553 ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

- พ.ศ. 2558: เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษ และรองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

- พ.ศ. 2565: ดำรงตำแหน่งเป็น รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)

- พ.ศ. 2567: ย้ายไปดำรงตำแหน่งเป็น รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)

- พ.ศ. 2568: ย้ายกลับมาเป็นอธิบดีกรมคุมประพฤติ

-22 ก.ย.69 ครม.มีมติแต่งตั้งให้เป็น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ย้อนรอยผลงานและคดีสำคัญในอดีต

-รับผิดชอบคดีความมั่นคงและการเมือง (พ.ศ. 2552-2553): ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ 8 เป็นหนึ่งในทีมพนักงานสอบสวนในคดีที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง

-คดีแชร์ลูกโซ่และการคุ้มครองผู้บริโภค (พ.ศ. 2558): ในฐานะรองผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม มีบทบาทสำคัญในการปราบปรามและให้ความรู้เกี่ยวกับภัย “เล่ห์แชร์ลูกโซ่” และขบวนการหลอกลวงประชาชน

-คดีบุกรุกป่าไม้และทรัพยากรธรรมชาติ (พ.ศ. 2565): เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองอธิบดีดีเอสไอ ได้รับมอบหมายจากอธิบดีในขณะนั้นให้กำกับดูแลกฎหมายและคดีสำคัญเกี่ยวกับการบุกรุกป่าไม้ การตัดไม้ทำลายป่า และการออกเอกสารสิทธิ์ที่ดินโดยมิชอบ

-คดีตรวจสอบการเลือกตั้ง สว. (พ.ศ. 2569): เป็นประธานอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง ชุดที่ 36 ของ กกต. ในการตรวจสอบกรณีการฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหาจำนวน 229 ราย รวมถึงแกนนำของพรรคภูมิใจไทยรวมอยู่ด้วย ผลการพิจารณาปรากฏว่า ร.ต.อ. ปิยะ เป็นหนึ่งในอนุกรรมการ “เสียงข้างมาก (มติ 5 ต่อ 2)” ที่เห็นควรให้ ยกคำร้องและยุติเรื่องตรวจสอบทั้งหมด ส่งผลให้ข้อกล่าวหาต่อผู้เกี่ยวข้องตกไป

มรสุมดราม่าและบทบาทประธานอนุกรรมการสอบสวนคดีฮั้ว สว.

ขณะเดียวกันฝ่ายตรงข้ามก็ขุดภาพเหตุการณ์ครั้งที่ ร.ต.อ. ปิยะ เดินทางไปยืนรอต้อนรับและยกมือไหว้ทักทาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ใน สนามบินบุรีรัมย์ ในโอกาสที่นายอนุทินเดินทางมารับชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ มาเชื่อมโยงให้เห็นภาพความสนิทสนมกับพรรคภูมิใจไทย พร้อมเรียกร้องให้ กกต. ถอดถอน ร.ต.อ. ปิยะ ออกจากการเป็นประธานอนุกรรมการฯ คณะที่ 36 โดยให้เหตุผลว่าอากัปกิริยาดังกล่าวอาจสะท้อนถึงการ “ขาดความเป็นกลางทางการเมือง” และมีความสนิทสนมเป็นพรรคพวกเดียวกับแกนนำพรรคภูมิใจไทย  ซึ่งนายอนุทิน