ปชป. แจงการไม่รับ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้าน เหตุพบข้อพิรุธและเงื่อนงำ จี้เร่งแก้โครงสร้างราคาน้ำมันจริงจัง ดีกว่าตีฟูผลงานที่ยังไม่เกิดจริง


วันที่ 21 ก.ย. 2569 นายพรชัย มาระเนตร์ เลขาคณะกรรมการนโยบาย พรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน กรณีพาดพิงต่อการทำหน้าที่ของพรรคประชาธิปัตย์ในการเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาราคาน้ำมันว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความจำเป็นต้องชี้แจงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจถึงข้อเท็จจริง และสะท้อนให้เห็นว่า โฆษกกระทรวงพลังงานไม่เข้าใจในหลักการและบทบาทการทำงานของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อาจเป็นเพราะโฆษกกระทรวงฯ ไม่เคยผ่านการทำหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ที่มาจากเสียงของประชาชนมาก่อน จึงไม่เข้าใจถึงกระบวนการตรวจสอบ ถ่วงดุลการใช้อำนาจของฝ่ายบริหาร


นายพรชัย กล่าวต่อว่า ตนจำเป็นต้องขอชี้แจงใน 4 ประเด็นสำคัญ คือ 1.สาเหตุที่พรรคฯ ลงมติไม่เห็นชอบ พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท เกิดจากข้อพิรุธและสงสัยในกระบวนการ จากการลงมติเมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมานั้น ไม่ใช่การปฏิเสธการช่วยเหลือประชาชน แต่เพราะจากการตรวจสอบรายละเอียดร่าง พ.ร.ก. พบข้อสงสัยและมีข้อพิรุธหลายประเด็นเกี่ยวกับความคุ้มค่า ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นเร่งด่วนตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง หน้าที่ของ สส. คือการปกป้องเงินภาษีของประชาชน ไม่ใช่การอนุมัติงบประมาณที่มีข้อสงสัยอย่างหลับหูหลับตา โดยเฉพาะเงินกู้ในส่วนที่เป็น 200,000 ล้านบาทเพื่อการเปลี่ยนผ่านพลังงานนั้น รัฐบาลก็ยังไม่มีโครงการที่ชัดเจนว่าจะลดค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางส่วนใหญ่ได้อย่างไร


2. การทำหน้าที่ สส. ไม่ได้จบลงเมื่อมติสภาผ่าน เพราะแม้ พ.ร.ก.เงินกู้ดังกล่าว จะผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงข้างมากของรัฐบาล แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า สส. ฝ่ายค้านจะหมดสิทธิ์ในการแสดงความคิดเห็นหรือเสนอแนะแนวทางที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน สส. พรรคประชาธิปัตย์ทุกคนมีศักดิ์ศรีและความเป็นผู้แทนของประชาชน เทียบเท่า สส. ฝั่งรัฐบาลทุกประการ เราจึงมีสิทธิ์และหน้าที่เต็มเปี่ยมในการเสนอแนะว่า เงินที่รัฐบาลจะใช้ควรนำไปใช้อย่างตรงจุดเพื่อแก้ไข “ต้นเหตุ” ของปัญหา นั่นคือการลดต้นทุนค่าครองชีพผ่านราคาน้ำมันดีเซล มากกว่าการอัดฉีดแจกเงินเป็นครั้งคราว ที่เมื่อเงินหมดปัญหาก็จะกลับมา


3. รัฐบาลซ่อนปัญหาจากการประคองราคาน้ำมันดีเซล โดยสถานะกองทุนน้ำมันติดลบทะลุ 80,000 ล้านบาทแล้ว และในอนาคตก็เป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนที่ต้องใช้หนี้ก้อนนี้ นอกเหนือจากเงินกู้ 400,000 ล้านบาทด้วย การที่กระทรวงพลังงานอ้างถึงการนำเงินกำไรโรงกลั่นมาช่วย 7 รอบ รวม 2.4 หมื่นล้านบาท แต่เหตุใดนับตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 จนถึงปัจจุบัน ราคาน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มยังคงอยู่ในระดับสูงที่สร้างภาระหนักให้แก่ประชาชน และสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงติดลบมหาศาลทะลุ 80,000 ล้านบาท ตัวเลขเหล่านี้คือข้อเท็จจริงที่รัฐบาลซ่อนไว้ และไม่ควรนำมาแอบอ้างเป็นผลงานที่ทำสำเร็จ เพราะอนาคตภาระหนี้กองทุนน้ำมันก็คือคนไทยที่ซื้อสินค้าที่ขนส่งด้วยรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันดีเซล


4.การรื้อโครงสร้างราคาน้ำมัน “ถอดค่าขนส่งและประกันทิพย์” ออกข่าวมาหลายเดือน แต่จะพร้อมปฏิบัติจริงเมื่อใด เรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมันที่อ้างอิงตลาดสิงคโปร์โดยประกาศว่าจะตัดค่าขนส่งทิพย์-ประกันทิพย์นั้น โฆษกกระทรวงพลังงานได้ออกข่าวประชาสัมพันธ์มานานหลายเดือนแล้ว การตั้งท่าพิจารณาหรือเตรียมการยังไม่ถือว่าเป็นผลงานที่เกิดประโยชน์จริง จึงขอถามไปยังกระทรวงพลังงานว่า จะเริ่มปฏิบัติจริงและลดราคาน้ำมัน “หน้าปั๊ม” ให้ประชาชนได้เมื่อใด


ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์เสนอแนะด้วยความหวังดีว่า รัฐบาลและกระทรวงพลังงาน ควรนำเวลาไปเร่งรัดสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม ปรับปรุงโครงสร้างราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับที่สะท้อนความเป็นจริง และเร่งรักษาเครดิตการทำงานของรัฐบาล มากกว่าการใช้เวลาออกมาดิสเครดิตหรือตอบโต้การทำหน้าที่ตรวจสอบของผู้แทนราษฎรในสภาฯ