สว.ชงรายงานยกเครื่องจัดเลือกตั้ง ริบอำนาจ กกต. ไม่ให้มีอำนาจวินิจฉัยแจกใบเหลือง-ใบแดง หรือสั่งให้เลือกตั้งใหม่


เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณารายงานการศึกษาและข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนากระบวนการเลือกตั้งของไทยอย่างเสรีและเป็นธรรม ตามที่คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค พิจารณาเสร็จแล้ว มีสาระสำคัญคือ การเสนอแก้ไขกฎหมาย 3 ฉบับ เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วย 1.ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ อาทิ ให้ผู้สมัครเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ใช้หมายเลขเดียวกับหมายเลขประจำพรรคทั่วประเทศ ลดความสับสนผู้มีสิทธิ การให้ประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภาลงมติถอดถอน กกต. ได้ ใช้คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของที่ประชุมรัฐสภา 2.แก้ไขร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. อาทิ ลดเกณฑ์อายุกกต.ขั้นต่ำจาก 35-70 ปี การปรับปรุงโครงสร้างคณะกรรมการสรรหาของ กกต. ให้ยึดโยงกับประชาชน 3.ร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. อาทิ กำหนดให้ กกต. ต้องตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัครให้แล้วเสร็จและรายงานกลับภายใน 3 วัน การยกเว้นการกระทำที่เป็นประโยชน์สาธารณะ ให้หน่วยงานรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดยานพาหนะรับส่งคนพิการ ผู้สูงอายุไปใช้สิทธิเลือกตั้งได้อย่างเป็นธรรม ข้อเสนอเหล่านี้ช่วยสร้างระบบนิเวศทางประชาธิปไตยใหม่ แก้ไขตั้งแต่โครงสร้างองค์กร กระบวนการจัดการบริหาร การคุ้มครองสิทธิประชาชนอย่างเท่าเทียม


กลุ่มพันธุ์ใหม่ริบอำนาจ กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปราย สว. หลายคน โดยเฉพาะ สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่ อภิปรายสนับสนุนให้มีการริบอำนาจ กกต. มีหน้าที่แค่จัดการเลือกตั้งอย่างเดียว ไม่ให้มีอำนาจวินิจฉัยการแจกใบเหลือง ใบแดง และสั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ รวมถึงให้ประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อ ถอดถอน กกต. ได้ โดยนายพรชัย วิทยเลิศพันธุ์ สว. กลุ่มพันธุ์ใหม่ กล่าวว่า การให้ กกต. เป็นทั้งผู้จัดการเลือกตั้ง และมีอำนาจสืบสวน ไต่สวน วินิจฉัย สั่งนับคะแนนใหม่ หรือเลือกตั้งใหม่ ทำให้เกิดคำถามความขัดกันของบทบาท ควรแยกอำนาจจัดการเลือกตั้ง ออกจากการตรวจสอบการเลือกตั้ง ป้องกันการตรวจสอบการทำงานของตัวเอง ล่าสุด กกต. พิจารณาสำนวนมีผู้ถูกร้อง 427 ราย แต่มีมติยื่นคำร้องต่อศาล 77 ราย เป็น สว. 26 ราย ถ้ากระบวนการหนึ่งมีข้อร้องเรียน และข้อกังขามากขนาดนี้ จะปรับแค่รายละเอียดปลีกย่อย หรือตรวจสถาปัตยกรรมของระบบตั้งแต่ต้น ขอเสนอชำแหละโครงสร้าง กกต. และประกอบใหม่ คนจัดเกมไม่ควรเป็นคนเดียวกับคนตัดสินเกมของตัวเอง กกต. มี 7 คน แต่มีอำนาจตามกฎหมายสูงต่อกระบวนการการเมือง ทั้งสืบสวน ไต่สวน สั่งนับใหม่ เลือกตั้งใหม่ ยิ่งอำนาจมาก ความรับผิดชอบต่อประชาชนก็ต้องมากด้วย ควรฟื้นกลไกประชาชน 5 หมื่นคน เข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้


เย้ย กกต. ชอบแจกใบน้ำเงิน

น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอเสนอการบริหารจัดการเลือกตั้ง ควรแยกเป็น 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายจัดการ กับฝ่ายตรวจสอบ กกต.ควรทำหน้าที่บริหารจัดการเลือกตั้งเท่านั้น และให้ศาลเป็นฝ่ายตรวจสอบ ให้ใบเหลือง ใบส้ม ใบแดง ใบดำ เพราะ กกต.ไม่ค่อยแจกใบพวกนี้ แจกแต่ใบน้ำเงินให้ผ่านฉลุยอย่างเดียว ส่วนที่มา กกต. ต้องยึดโยงประชาชน ไม่ใช่ให้ สว.ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนมาเลือก คือความอัปลักษณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ต้องแก้ไขด่วน เขียนที่มา สว.แบบวิปริต สุ่มเสี่ยงที่ประชาชนจะถูกกินรวบอำนาจ โดยพรรคที่ควบคุมองค์กรอิสระได้ และควรให้ สส.เป็นผู้เลือกองค์กรอิสระ ที่มา กกต.ควรหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะข้าราชการ เพราะองค์กรอิสระจะกลายเป็นบ้านพักข้าราชการชรา หลังเกษียณอายุ อีกทั้งควรลดอายุผู้สมัคร กกต. เริ่มต้นที่ 35 ปี ที่สำคัญต้องมีบทลงโทษผู้ดำรงตำแหน่งที่ไม่สุจริต ให้ประชาชนเข้าชื่อถอดถอนได้ ขณะที่การรายงานผลเลือกตั้งต้องรวดเร็ว โปร่งใส แต่ กกต.จัดเลือก สว. เสร็จตอนตี 5 เลือกได้ช้าจนคนสงสัย ส่วนการวินิจฉัยบัตรเสียก็ไม่มีความชัดเจน ควรยึดเจตจำนงผู้เลือกเป็นสำคัญ แม้จะเป็นเครื่องหมายถูก วงกลม กากบาท อยู่ในกรอบจะเกินไปนิด ขาดไปหน่อย ให้ยึดเจตนาเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขานบัตรเสีย รวมถึงการสื่อสารเลือกตั้งกับประชาชน นอกจาก กกต.ไม่ทำแล้ว ยังกีดกันผู้มาช่วยรณรงค์ เช่น ไอลอว์ ก็ไปฟ้องเขา หวังว่า จะปรับปรุงเพื่อให้การเลือกตั้งไทยเป็นสากล เรียกได้เต็มปากว่า Free and fair election


“พิสิษฐ์”ซัดพวกยุปลุกม็อบรอไม่เป็น

นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. อภิปรายว่า ขอตั้งข้อสังเกต มาตรา 49 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีหน่วยงานรัฐได้รับเรื่องความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง เมื่อ กกต.เห็นสมควรดำเนินการเอง หน่วยงานรัฐต้องส่งเรื่องให้ กกต.ใน 7 วัน การระบุเช่นนี้เหมือนเส้นบาง ๆ ระหว่าง กกต. กับหน่วยงานสอบสวนอื่นๆ โดยเฉพาะกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ขอถามว่า มีการเลือกตั้งครั้งใดที่ดีเอสไอ ที่อยู่ในสังกัดกระทรวงยุติธรรม มาตรวจสอบการเลือกตั้ง แบบนี้เรียกว่ามาตรฐานใช่หรือไม่ การตรวจสอบขององค์กรอิสระ แต่นำเอาหน่วยงานที่พรรคการเมืองเป็นรัฐมนตรีมาตรวจสอบเป็นธรรมแล้วใช่หรือไม่ ขอเรียนว่า เมื่อ กกต.มีคำวินิจฉัยแล้ว ควรเคารพกฎหมาย อย่าใช้วิธีเดิม ๆ เบื่อมากกับการชวนคนลงถนน แล้วปฏิวัติรัฐประหาร มาเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ มาตั้งแต่ปี 2550 พอปี 2570 ก็จะเอาอีกใช่หรือไม่ เหตุที่ประเทศไทยเขียนรัฐธรรมนูญหลายฉบับ เพราะรอไม่เป็น รอให้คนอื่นบริหารให้เสร็จสิ้น แล้วใช้กระบวนการทางรัฐสภา รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่ดี แต่จะสมบูรณ์มาก ๆ หากนำมาตรา 49 มาพิจารณาด้วย