“ปานปรีย์” ถกผู้แทนรัฐบาลออสเตรเลีย เผยผลสำรวจ Deal Team ชูไทยพื้นที่เป้าหมายศักยภาพสูง เตรียมขนทุนยักษ์ลุย “พลังงานสีเขียว-เทคโนโลยีเกษตร-Data Center” 


วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย นายปานปรีย์ พหิทธานุกร และนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมสารนิเทศกระทรวงการต่างประเทศ เข้าพบหารือกับนายคริสโตเฟอร์ มัวร์ (Mr. Christopher Moore) ผู้แทนรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งรับผิดชอบดูแลด้านการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายหลังการหารือเสร็จสิ้น นายปานปรีย์ เปิดเผยว่า การพูดคุยครั้งนี้ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีในการยกระดับความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียอย่างเป็นรูปธรรม  

นายปานปรีย์ เปิดเผยว่า นายคริสโตเฟอร์ มัวร์ ได้รับมอบหมายให้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การลงทุนของออสเตรเลียในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมุ่งเน้นการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจมายังภูมิภาคนี้ตามแผนระยะยาวไปจนถึง ค.ศ. 2040 โดยทีมสำรวจความพร้อม หรือ “Deal Team” ของออสเตรเลีย ได้ลงพื้นที่สำรวจและมองว่าประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายที่มีศักยภาพสูง โดยสาขาที่ออสเตรเลียให้ความสนใจลงทุนในไทยเป็นอันดับต้นๆ คือเทคโนโลยีการเกษตร ซึ่งจัดเป็นความสำคัญอันดับหนึ่งและตรงกับความต้องการของฝ่ายไทย 

ด้านพลังงานสีเขียว การพัฒนาพลังงานสะอาดและยั่งยืนและศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากร นอกจากนี้ ออสเตรเลียยังมีกองทุนเพื่อการลงทุนขนาดใหญ่ (Superannuation Fund) ซึ่งพร้อมจะสนับสนุนและช่วยเหลือกลุ่มนักธุรกิจที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยและภูมิภาคนี้ตามเงื่อนไขที่กำหนด  

ส่วนด้านความพร้อมของประเทศไทย นายปานปรีย์ ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ในการรองรับการลงทุน โดยปัจจุบันมีการเชื่อมโยงทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI), สถาบันการเงินของไทย และภาคเอกชน ซึ่งเชื่อว่าหากมีการหารือและพบปะกันอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยผลักดันมูลค่าการค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศให้เติบโตขึ้นอย่างมาก  

นายปานปรีย์กล่าวย้ำว่า ปีหน้า  2025 จะเป็นวาระครบรอบ 75 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยและออสเตรเลีย ซึ่งนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียมีกำหนดการจะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมนำคณะนักธุรกิจระดับสูงและระดับกลางร่วมเดินทางมาด้วย เพื่อกระชับความสัมพันธ์และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจระหว่างกันต่อไป