“ศิริกัญญา” ซัด “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ล้มเหลวทุกมิติ ชี้แจกเงินเดือนละ 500 บาท ไม่ช่วยลดค่าครองชีพ-ไม่กระตุ้นเศรษฐกิจ เตือนอย่าใช้เงินกู้ 2 แสนล้านบาท มาเป็นเครื่องมือสำหรับใช้กระตุ้นคะแนนนิยมของรัฐบาล
วันที่ 21 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 13 นำโดย นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” ของรัฐบาล โดยชี้ว่าโครงการดังกล่าวล้มเหลวในทุกมิติ ทั้งในแง่การเยียวยาประชาชนและการกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาลเพียงต้องการออกมาตรการนี้เพื่อเรียกคะแนนนิยมทางการเมืองที่กำลังตกต่ำเท่านั้น
นางสาวศิริกัญญากล่าวว่า จากข่าวที่ว่าโครงการไทยช่วยไทยพลัสกำลังจะมีเฟส 2 ซึ่งจะเป็นการแจกเงิน 1,000 บาท ในระยะเวลา 2 เดือน หรือตกเพียงเดือนละ 500 บาทนั้น เรื่องนี้สอดคล้องกับข้อสงสัยที่ตนเคยตั้งคำถามไว้ก่อนหน้าว่า สรุปแล้วมีความจำเป็นหรือไม่ ที่ต้องโยกเงินก้อนซึ่งควรใช้ในการเปลี่ยนผ่านพลังงาน มาใช้เพื่อการเยียวยาประชาชนแทน
เมื่อขนาดของโครงการถูกปรับให้เล็กลง จึงมีเม็ดเงินเหลือจากรอบแรกเพียงพอที่จะนำมาใช้ต่อในเฟส 2 แต่ปัญหาคือ โครงการนี้ยังคงยึดติดกับการเยียวยาในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งบทเรียนที่ผ่านมาก็สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่าล้มเหลวในทุกมิติ
หากมองในมุม “มาตรการเยียวยา” ตนมีข้อสงสัยว่าเหตุใดจึงต้องกำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนร่วมจ่าย (Co-pay) อีก 40% เพราะหากตั้งใจจะเยียวยาจริง ก็ควรจ่ายเงินเต็มจำนวนเพื่อให้ความช่วยเหลือตกถึงมือประชาชนได้ทันที แต่ท้ายที่สุด โครงการนี้ก็ไม่ได้ช่วยลดค่าครองชีพอย่างแท้จริง เพราะราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะไปซ้ำเติมภาระค่าครองชีพในระยะต่อไปอยู่ดี
ส่วนในมุมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยิ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ผลักดันให้เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด ตนจึงมองว่าเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐบาลในการเข็นโครงการนี้ออกมา คือการกระตุ้นคะแนนนิยม เพื่อลดทอนกระแสวิพากษ์วิจารณ์และซื้อความสบายใจจากประชาชน
“เป้าหมายทางการเมืองของรัฐบาลก็ล้มเหลวเช่นกัน เพราะการแจกเงินเพิ่มเพียงเดือนละ 500 บาท เป็นเวลา 2 เดือน ไม่เพียงพอที่จะกอบกู้คะแนนนิยมที่กำลังตกต่ำในขณะนี้ได้ ดิฉันขอย้ำอีกครั้งว่า เงินกู้ 2 แสนล้านบาทก้อนนี้ต้องใช้เพื่อเยียวยาประชาชนอย่างตรงจุด ซึ่งยังมีคนอีกหลายกลุ่มที่ตกหล่นและไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเฉพาะเจาะจง เช่น เกษตรกร ชาวประมง หรือภาคขนส่ง ที่โครงการช่วยเหลือเดิมเพิ่งสิ้นสุดลงไปเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา” นางสาวศิริกัญญากล่าว
นางสาวศิริกัญญากล่าวทิ้งท้ายว่า ขอย้ำเตือนรัฐบาลว่า เงินกู้คือเงินสำรองฉุกเฉินของประเทศที่มีไว้เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามวิกฤต ไม่ใช่เครื่องมือสำหรับใช้กระตุ้นคะแนนนิยมของรัฐบาล