“สว.พิสิษฐ์” ถาม 5 ข้อ “สว.สีส้ม” ปมจัดงาน “ห้องจูปิเตอร์” ชี้สังคมดู “สว.เทวฤทธิ์-นันทนา” ใส่สีเดียวกัน ล็อกมาด้วยหรือไม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2569 ที่โรงแรมเมอร์เคียว เกาะช้าง ไฮด์อเวย์ อ.เกาะช้าง จ.ตราด นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเวทีฝ่ายค้านที่ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. ไปร่วมงานและระบุว่า มีการบอกว่าโดนขุด สีน้ำเงินเอาคืน นั้นว่า ตนขอยกเหตุการณ์การประชุมของผู้สมัครวุฒิสภาที่ห้องจูปิเตอร์ อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี 1 วันก่อนวันเลือก สว. โดยตั้ง 5 ข้อสังเกต คือ
1. น.ส.พรรณิการ์ วานิช เคยเปิดเผยว่ามีการเชิญ กกต.เข้าร่วมการประชุมด้วย แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นคนไหน เพราะไม่เคยระบุชื่อ และไม่แน่ใจว่าจะได้ยินคำตอบหรือไม่
2. นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ให้สัมภาษณ์ว่า งานวันนั้นไม่ใช่ทางไอลอว์จัด ตนก็เอะใจในคำตอบ เพราะนายเทวฤทธิ์บอกว่าได้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์หนึ่งคือ senate67 ซึ่งเป็นโครงการของไอลอว์ จึงมองว่า คำตอบของนายเทวฤทธิ์ย้อนแย้งกันหรือไม่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าใครเป็นผู้จัดงาน
3. งานดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการให้ การรับผลประโยชน์หรือไม่ เพราะจัดที่อิมแพคอารีน่า ที่ห้องจูปิเตอร์มีค่าใช้จ่าย ทราบมาว่า ออกมาเป็นบิลใบเสร็จใบเดียว ซึ่งคนที่ไปในงานวันนั้นบอกว่ามีกล่องบริจาคและใส่เงินบริจาคเข้าไปจึงเกิดคำถามว่า การตั้งกล่องบริจาคเก็บไปเท่าไหร่ เก็บไปมากกว่าหรือเก็บไปน้อยกว่า หากเก็บไปมากกว่าใครได้ประโยชน์ ถ้าเก็บน้อยกว่า แสดงว่ามีคนเติมเข้าไปใช่หรือไม่ แต่ไม่มีการชี้แจง
4. ก่อนที่จะเข้างานวันนั้นจะต้องลงทะเบียนใน senate67 ก่อน ในงานมีการตั้งคำถามถึงประเด็นมาตรา 112 ส่วนตัวจึงมีคำถามเกิดขึ้นในใจว่า ทำไมคนที่จะมาเป็นสมาชิกวุฒิสภาต้องถามประเด็นเหล่านี้ด้วย
5. ตนถามไปยังผู้เข้าร่วมงานและไม่มีใครตอบได้เกี่ยวกับริสแบนด์ 3 สี สีขาว สีเขียว สีฟ้า ใส่เพื่ออะไร ทำไมต้องมี 3 สี หากบริสุทธิ์ใจจะหมายถึง กลุ่มอาชีพก็ต้องเป็น 20 สี 20 กลุ่มอาชีพ แต่ทำไมมีเพียงแค่ 3 สี
ถาม “เทวฤทธิ์-นันทนา”ล็อกมาด้วยหรือไม่
“สื่อลองเปิดข้อมูลในไอลอว์ได้เลย จะมีบอกเลยว่า ใครตอบคำถามใดบ้าง และที่สำคัญไปกว่านั้น ถ้าบอกว่าเป็นการประชุมแบบเปิดเผยจริงหรือไม่ และไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปทำข่าว พอจะประชุมกัน ก็ให้นักข่าวเชิญออกไปข้างนอกแล้วเก็บมือถือ จึงเกิดคำถามว่า ทำไมต้องเก็บมือถือ ถ้าบริสุทธิ์ใจก็แนะนำตัวกันธรรมดา แต่เท่าที่ผมทราบมามีอะไรมากกว่านั้น แล้วคุณไปดูสีที่คุณเทวฤทธิ์ใส่กับสีที่ อ. นันทนา ใส่เป็นสีเดียวกันแล้วได้เป็น สว. ผมก็อยากรู้ว่าคนที่ใส่สีนี้ ทุกคนได้เป็นหรือไม่ แล้วถ้าไม่ได้เป็นคนอื่นที่เป็นสีอื่นได้เป็นหรือไม่ ก็ไม่มีใครมาชี้แจง ผมก็ต้องการเรียกร้องให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน กกต.ควรใช้มาตรการเดียวกันกับการตรวจสอบการฮั้ว สว.ของสมาชิกวุฒิสภา 138 คน ผมขอความเป็นธรรมแค่นั้นเอง ไม่ได้มีเจตนาที่จะให้ทำอะไรนอกเหนือจากนี้ ให้ได้มีระดับการตรวจสอบที่เข้มข้นเดียวกัน” นายพิสิษฐ์กล่าว
ขอมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อถามว่า สว.สีส้มไม่ได้ไปให้การกับ กกต. สะท้อนอะไรบ้าง นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า สว. ที่โดนกล่าวหา 138 คนได้เข้าให้การกับ กกต. อย่างครบถ้วนและได้ให้ข้อมูลอย่างเต็มที่ จึงคิดว่าถ้าบริสุทธิ์ใจก็ควรไปให้การทุกอย่างเหมือนกับที่ทางวุฒิสภา 138 คนได้ทำ เมื่อถามว่า จะเดินหน้าอย่างไรต่อ หากอีกฝ่ายยังคงเล่นเกมอยู่แบบนี้ นายพิสิษฐ์ กล่าวว่า ประชาธิปไตยของท่าน ที่ท่านพูด ท่านไม่ได้พูดอย่างที่ท่านปฏิบัติ ท่านพูดว่าตัวเองเป็นนักประชาธิปไตย แต่เอามวลชนลงถนน อย่างนี้เรียกว่าประชาธิปไตยหรือไม่ ถ้าเป็นประชาธิปไตยที่พูดจริงก็ต้องใช้กระบวนการ ตามระบบระเบียบตามระบอบประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญปี 60 ในเมื่อ กกต.มีมติอยู่แล้วส่ง 26 คน ไปศาลฎีกา นั่นคือ มติของ กกต. อย่าลืมว่าทุกคนถูกรับรองมาจาก กกต. และรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ถูกรับรองจากประชาชน
“คุณต้องเคารพกติกาและเคารพกฎหมายเป็นสำคัญ ไม่ใช่ปากบอกประชาธิปไตย แต่พฤติกรรมมันไม่ใช่อย่างนี้ก็ไม่จบสักที ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงไม่จบในเมื่อ กกต.ยุติแล้ว และขอเรียกร้องต่อสื่อมวลชนให้ทุกฝ่ายตรวจสอบในมาตรฐานเดียวกันกับที่ทำกับ สว. 138 คน ข้อมูลต่างๆก็ขอให้เจาะลึกและเผยแพร่ต่อสาธารณชนต่อประชาชนให้ตรงตามความเป็นจริง” นายพิสิษฐ์ กล่าว