“ไอติม พริษฐ์” ขอ กกต. ใช้มาตรฐานเดียวกัน หลังมีสำนวน “ฮั้ว สว.ส้ม” บอกขอดูข้อกล่าวหาก่อนตั้งทีมกฎหมายแจง ชี้มติ 5:2 เป็นดุลพินิจแบบมีประโยชน์ทับซ้อน 


เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 19 กันยายน 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมส่งสำนวนการกล่าวหาฮั้ว สว.ส้ม ว่า ตนต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการทุกกรณีด้วยมาตรฐานเดียวกัน หากมีหลักฐานทำให้เป็นเหตุควรเชื่อได้ว่ามีบุคคลท่านใดที่กระทำการขัดต่อกฎหมาย ไม่ว่าจะถูกมองว่าเป็นสีอะไร หรือมีความคิดทางการเมืองอย่างไร ก็เรียกร้องมาตลอดว่าให้ดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใด กกต. จึงไม่ดำเนินการตามกรอบเวลาเดียวกัน

ส่วนที่ถูกมองว่าจะเป็นการชิงจังหวะทางการเมืองนั้น นายพริษฐ์ ระบุว่า ความจริงก็คือความจริง กกต. ควรดำเนินการทุกกรณีด้วยมาตรฐานเดียวกัน แต่หากไปดูมติเมื่อวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมา การไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคภูมิใจไทย ตามมติ 5:2 ของ กกต. แต่ในบรรดา 5 คน มี 4 คน ที่มาจากการเห็นชอบของ สว.สีน้ำเงิน หากตัด 4 คนที่มีสถานะซึ่งอาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนไป จะเห็นว่าความจริงเสียงข้างมากของ กกต. คือความจริงที่เห็นว่าควรสั่งฟ้อง จึงทำให้เห็นว่าแกนนำพรรคภูมิใจไทยที่ยังไม่ถูกสั่งฟ้อง เนื่องจากมีการใช้ดุลพินิจของ กกต. ที่เป็นคุณต่อผู้ถูกกล่าวหา

ทางด้านคำถามว่า หากมีการส่งฟ้องเรื่องฮั้ว สว.ส้ม พรรคประชาชนจะมีการตั้งทีมกฎหมายต่อสู้หรือไม่ นายพริษฐ์ ระบุว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ยังไม่ทราบในรายละเอียดของข้อกล่าวหา ต้องดูว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพรรคหรือบุคคล 

ในประเด็นที่มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ที่ห้องประชุมจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี กับการโพสต์ข้อความของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จะเชื่อมโยงมาถึงพรรคประชาชนหรือไม่นั้น นายพริษฐ์ ตอบว่า เคยได้ยินรายละเอียดเรื่องการใช้ห้องประชุมจูปิเตอร์จาก นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย แต่ตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์จึงไม่สามารถอธิบายรายละเอียดได้ แต่บุคคลใดที่อยู่ในเหตุการณ์ถูกตั้งคำถามว่ามีความเกี่ยวข้องก็ควรต้องออกมาชี้แจงต่อสาธารณะให้สิ้นข้อสงสัย.