กมธ.การต่างประเทศ สภาฯ ลงพื้นที่พัทยา ตรวจปัญหา “นอมินี” พบพาณิชย์จดทะเบียนมากกว่า 6 พันบริษัทต่อเดือน เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานเพียงแค่ 6 คน ชงแก้กฎหมาย เพิ่มโทษธุรกิจต่างชาติผิดกฎหมาย
วันที่ 18 ก.ย.2569 คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย สส.กังฟู วสวรรธน์ พวงพรศรี ลงพื้นที่จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้สิทธิประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะปัญหาการใช้คนไทยเป็น “นอมินี” ในพื้นที่เมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง
การลงพื้นที่ครั้งนี้มี ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี นายกเมืองพัทยา และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับและร่วมประชุมแลกเปลี่ยนข้อมูล ก่อนที่คณะกรรมาธิการจะลงพื้นที่สำรวจสถานประกอบการและพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับปัญหาธุรกิจของคนต่างชาติ
จากข้อมูลที่มีการรายงานต่อคณะกรรมาธิการ พบว่าปัญหาการจัดตั้งนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงเกี่ยวข้องกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีข้อมูลว่ามีการยื่นขอจดทะเบียนบริษัทในจำนวนสูงถึงประมาณ 200 บริษัทต่อวัน หรือราว 6,000 บริษัทต่อเดือน ลดลง 8,000 บริษัท และบางส่วนจาก 70 บริษัทอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI)
ทั้งนี้ ปัญหานอมินีในพื้นที่พัทยาและชลบุรีเป็นประเด็นที่หน่วยงานรัฐดำเนินการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง โดย DSI ร่วมกับจังหวัดและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด เคยเปิดปฏิบัติการตรวจค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีในเมืองพัทยาและอำเภอบางละมุง และดำเนินการสอบสวนเป็นคดีพิเศษแล้ว
ประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการเตรียมผลักดัน คือการทบทวนพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยเฉพาะบทลงโทษที่เกี่ยวข้องกับการใช้ตัวแทนอำพรางหรือนอมินี เพื่อให้มีความเหมาะสมกับรูปแบบการกระทำผิดในปัจจุบัน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องปรามการหลีกเลี่ยงกฎหมาย
ปัจจุบันภาครัฐเองก็อยู่ระหว่างการยกระดับมาตรการตรวจสอบนอมินี โดยกระทรวงพาณิชย์ระบุว่าจำนวนกลุ่มนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงนอมินีลดลงในช่วงต้นปี 2569 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ DSI และกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ร่วมกันวางแนวทางตรวจสอบบริษัทกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ รวมถึงพัทยา
คณะกรรมาธิการ ระบุว่า การแก้ปัญหาจะต้องดำเนินการทั้งด้านการตรวจสอบ การบังคับใช้กฎหมาย และการปรับปรุงกฎหมายให้ทันกับรูปแบบธุรกิจในปัจจุบัน เพื่อป้องกันการใช้ช่องว่างทางกฎหมายและรักษาความเป็นธรรมระหว่างผู้ประกอบการไทยกับผู้ประกอบการต่างชาติที่เข้ามาดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย