“พิพัฒน์” ชูวิสัยทัศน์คมนาคมสีเขียว พบกลุ่มทุนเอกชน หนุนเปลี่ยนขยะเกษตรสู่พลังงานชีวภาพ พร้อมยกระดับโลจิสติกส์ชายแดนใต้
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 ก.ย.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ เปิดโอกาสให้คณะผู้บริหารจากกลุ่มบริษัท SINOMACH (China National Machinery Industry Corporation) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลระดับโลก (Fortune Global 500) และบริษัท CNEEC เข้าพบเพื่อหารือและนำเสนอแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียว (Green Energy) ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งปฏิกูลและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรและปศุสัตว์ โดยมี ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง และ นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม
การหารือในครั้งนี้ กลุ่มบริษัท SINOMACH ได้นำเสนอความพร้อมและโครงการพลังงานชีวมวลและไบโอแก๊ส (Biogas) แบบครบวงจร ซึ่งจะเข้ามาพลิกโฉมการจัดการขยะทางการเกษตรที่เดิมเกษตรกรต้องนำไปเผาทิ้ง ให้เข้าสู่กระบวนการแปรรูปเป็นก๊าซชีวภาพอัด หรือ LBM (Liquefied Bio-Methane) ที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงทดแทนก๊าซ LPG และ LNG ในภาคอุตสาหกรรมและการขนส่งได้
ในมิติของการสนับสนุน นายพิพัฒน์ ได้เน้นย้ำถึงนโยบายของกระทรวงคมนาคมที่พร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและระบบโลจิสติกส์อย่างเต็มรูปแบบ เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ตั้งแต่การบริหารจัดการเส้นทางขนส่งเพื่อรวบรวมวัตถุดิบและของเสียจากฟาร์มปศุสัตว์เข้าสู่การจัดการแบบชีวภาพ หรือชีวมวลไปจนถึงระบบการขนส่งกระจายก๊าซ LBM รวมถึงผลพลอยได้อื่นๆ เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ (ยูเรีย) Bio-Char น้ำส้มควันไม้ ฯลฯ ออกสู่ตลาด ซึ่งการพัฒนาระบบขนส่งที่เชื่อมโยงและสอดรับกับอุตสาหกรรมสีเขียวนี้ จะช่วยลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์ได้อย่างมหาศาล
นายพิพัฒน์กล่าวต่อว่า การเปิดโอกาสพบภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเปลี่ยนของเสียให้เป็นพลังงานซึ่งกระทรวงคมนาคมพร้อมเข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกด้านการขนส่ง เพื่อให้กระบวนการผลิตและการกระจายสินค้าเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โครงการนี้จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และยังเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนเป็นการวางรากฐานด้านพลังงานและโลจิสติกส์ที่เข้มแข็ง เพื่อรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลสู่ตลาดโลกในอนาคต
ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวยังสอดรับกับเป้าหมายของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ที่ต้องการผลักดันให้พื้นที่ภาคใต้ตอนล่างก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป