รัฐบาล เผย สธ. เข้มออกใบรับรองการเกิด สกัดขบวนการ “พ่อทิพย์” สวมสิทธิสัญชาติไทย มอบ 4 แนวทาง ให้ยึดปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ป้องกันการสวมสิทธิ สกัดขบวนการพ่อทิพย์ให้หมดจากประเทศไทย
วันที่ 18 กันยายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลบูรณาการความร่วมมือในการป้องกัน ตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง ป้องกันไม่ให้กระบวนการแจ้งเกิดถูกนำไปใช้เป็นช่องทางในการแสวงหาสัญชาติโดยมิชอบ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบสัญชาติไทย ป้องกันการสวมสิทธิ และสร้างความมั่นคงให้แก่ประเทศอย่างยั่งยืน โดยกระทรวงสาธารณสุข ได้มอบนโยบายกำหนดแนวทางการออกหนังสือรับรองการเกิด (แบบ ท.ร.1/1) ให้บุคลากรของสถานพยาบาลของรัฐ และโรงพยาบาลเอกชน ยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพื่อขจัดขบวนการพ่อทิพย์ให้หมดไปจากประเทศไทย จำนวน 4 แนวทาง ได้แก่
1. ขอบเขตการรับรองของสถานพยาบาล สถานพยาบาลต้องตระหนักถึงขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนอย่างเคร่งครัด อาทิ รับรองเพียงเหตุการณ์การเกิดที่เกิดขึ้นจริง ณ สถานพยาบาล (วัน เวลา สถานที่ วิธีการคลอด) หรือหากมีข้อสงสัยในความสัมพันธ์บิดา-บุตร ให้สถานพยาบาลแนะนำบิดามารดาทำการตรวจสารพันธุกรรม (DNA) จากสถาบันที่รัฐรับรอง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาของนายทะเบียน
2. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน เจ้าหน้าที่ต้องบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดเพื่อใช้ตรวจสอบความสัมพันธ์ย้อนหลังได้ ทั้งประวัติการฝากครรภ์ ข้อมูลการสมรส บันทึกข้อมูลลงระบบโดยอ้างอิงจากเอกสารแสดงตนฉบับจริงของบิดามารดาเท่านั้น อีกทั้ง เจ้าหน้าที่ต้องนำข้อมูลหนังสือ ท.ร.1/1 เข้าสู่ “ระบบให้บริการหนังสือรับรองการเกิด” ของกรมการปกครองทันที เพื่อป้องกันการกลับมาแก้ไขข้อมูลภายหลัง
3. การบริหารจัดการบทบาทและหน้าที่ ห้ามบุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่รวบยอดเพียงคนเดียวเด็ดขาด โดยแบ่งแยกหน้าที่อาทิ พยาบาล/ผู้ทำคลอด: รับรองเฉพาะข้อเท็จจริงทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่เวชระเบียน: บันทึกข้อมูลตามเอกสารสิทธิ์ และตรวจสอบความถูกต้องกับฐานข้อมูลรัฐ และผู้มีอำนาจลงนาม : ตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมก่อนลงนามรับรอง
4. มาตรการป้องกันการทุจริตและข้อห้ามปฏิบัติ สถานพยาบาลต้องไม่อำนวยความสะดวกในการไปจดทะเบียนแจ้งเกิดแทนที่อำเภอ/เขตโดยเด็ดขาด ต้องให้บิดามารดาหรือเจ้าบ้านไปดำเนินการเอง และห้ามออกหนังสือ ท.ร.1/1 ให้เด็กที่ไม่ได้เกิดในโรงพยาบาล เว้นกรณีส่งต่อฉุกเฉินที่มีพยาบาลตัดสายสะดือระหว่างทาง ให้โรงพยาบาลที่มีส่วนร่วมรักษาเป็นผู้ออกเอกสาร
ทั้งนี้ ขอให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังหากพบความผิดปกติ ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ของบิดา-มารดา ซึ่งจะต้องแจ้งผู้บริหารเพื่อทำการตรวจสอบทันที ได้แก่
1. มารดาต่างชาติไม่ทราบข้อมูลพื้นฐานของบิดา หรือระบุสถานที่ทำงานของบิดาไม่ได้
2. บิดาไม่มาปรากฏตัว หรือไม่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาระหว่างที่มารดาพักฟื้นเลย
3. สถานที่ฝากครรภ์ไม่สอดคล้องกับที่พักอาศัยปัจจุบันโดยไม่มีเหตุผลอันควร
4. มีความพยายามขอ “เปลี่ยนชื่อบิดา” ในเวชระเบียน หลังจากที่ได้บันทึกประวัติการเกิดไปแล้ว
นางสาวพลอยทะเล ย้ำในช่วงท้ายว่า “รัฐบาลให้ความสำคัญกับการกวาดล้างและดำเนินคดีขบวนการพ่อทิพย์ หรือขบวนการสวมสิทธิสัญชาติไทยอย่างเด็ดขาด ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ผ่านการบูรณาการร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และเด็ดขาด ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจหรือปล่อยผ่านปัญหา โดยหน่วยงานต่างๆ ได้ดำเนินการปราบปรามและสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาประโยชน์ของประเทศและประชาชน”