เสนอยาแรงปราบคอร์รัปชัน “พล.อ.รังษี” พรรคเศรษฐกิจ ล่าชื่อ สส. ยื่นแก้กฎหมาย 3 ฉบับ ลงโทษประหารชีวิตคดีทุจริต ทั้งผู้ให้-ผู้รับ-เจ้าหน้าที่รัฐร่วมทุจริต ไม่ให้ลดหย่อนโทษ 


เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 17 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ แถลงข่าวการเสนอแก้ไขร่างกฎหมายกำหนดโทษประหารชีวิตคดีทุจริตและความผิดซ้ำซาก 3 ฉบับ ประกอบด้วย ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายอาญา ร่างแก้ไขพ.ร.บ.ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และร่างแก้ไขพ.ร.บ.ราชทัณฑ์ โดยเพิ่มโทษประหารชีวิต คดีทุจริต ทั้งผู้ให้-ผู้รับ ไม่มีการลดโทษ และยกระดับความผิดเจ้าหน้าที่รัฐและกระบวนการยุติธรรม 

โดยพล.อ.รังษี กล่าวว่า พรรคเศรษฐกิจ มีนโยบายปราบทุจริตคอร์รัปชันที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการลงทุนและการท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีคะแนนดัชนีรับรู้การทุจริต (CPI) อยู่ที่ 33 คะแนน จาก 100 คะแนน อยู่อันดับ 116 ของโลก สะท้อนปัญหาความโปร่งใสของประเทศ สาเหตุหนึ่งที่กลุ่มทุนเทา หรือกลุ่มบุคคลจากต่างประเทศมาดำเนินกิจกรรมในประเทศไทย เนื่องจากกฎหมายและมาตรการปราบทุจริตไทยไม่เข้มแข็งเพียงพอ พรรคเศรษฐกิจจึงจัดทำร่างกฎหมาย ยกระดับมาตรการปราบปรามการทุจริต มีสาระสำคัญกำหนดโทษสูงสุดสำหรับการทุจริตเป็นโทษประหารชีวิต ทั้งผู้ให้และผู้รับ ไม่สามารถลดโทษได้ ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจะเปิดโอกาสให้จำเลยอุทธรณ์ใน 1 ปี หากไม่สามารถนำพยานหลักฐานมาหักล้างคำพิพากษาได้ ให้ดำเนินการตามคำพิพากษาศาล นอกจากนี้เนื้อหาร่างกฎหมายยังครอบคลุมกรณีทำความผิดซ้ำซาก และยกระดับความรับผิดเจ้าหน้าที่รัฐที่ทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มีโทษสูงสุดประหารชีวิต และขยายหลักการดังกล่าวไปยังเจ้าพนักงานในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ ตุลาการ อัยการ พนักงานสอบสวน และเจ้าพนักงานสืบสวนด้วย ขณะนี้ร่างกฎหมาย 3 ฉบับจัดทำเสร็จแล้ว พรรคเศรษฐกิจ มีสส. 3 คน จะรวบรวมรายชื่อ สส. อีก 17 คน ให้ครบ 20 คน ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อยื่นร่างแก้ไขกฎหมายต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าสู่วาระการประชุมต่อไป