“กรณ์-ศิริภา” ลงพื้นที่จุดน้ำมันรั่ว ตั้ง 5 ข้อประเด็นน่าสงสัย ถามหามาตรฐานกระทรวงพลังงาน แก้ปัญหา แนะทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเร่งใช้ intelligent pigging หาจุดรั่ว อย่าลูบหน้าปะจมูก


วันที่ 16 ก.ย. 2569  น.ส. ศิริภา อินทวิเชียร  รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการลงพื้นที่บริเวณแนวท่อน้ำมันรั่วซึม ในเขตคลองเตย ร่วมกับ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  ว่า ข้อมูลล่าสุดพบน้ำมันที่รั่วไหลออกมาจากโพรงใต้ดิน และผลการทดสอบพบว่า น้ำมันดังกล่าวเป็นน้ำมันเก่าที่มีค่าซัลเฟอร์ (กำมะถัน) สูง แต่จากการรับฟังรายงานจากตัวแทนบริษัท บางจาก ทราบว่า จุดที่พบน้ำมันรั่วไหลนั้น มีมากกว่า 1 จุด และจุดที่พบโพรงใต้ดินนั้นเป็นเพียงจุดเดียว ในขณะที่บางจุดยังพบฉนวนพันท่อน้ำมันที่ชำรุดจึงยังไม่สามารถสรุปชี้ขาดได้ว่า  การรั่วไหลนั้น  ไม่ได้มาจากท่อขนส่งน้ำมัน และอีกส่วนหน้างานกำลังเปิดหน้าดินเพิ่มเพื่อตรวจสอบจุดรั่วซึมเพิ่มเติมนั้น  จึงยังมีหลายประเด็นที่ยังน่าสงสัย คือ 


1.เหตุใดกระทรวงพลังงานถึงทำการทดสอบท่อน้ำมันที่ 28 บาร์ คงที่ไว้เพียง 1 ชั่วโมง  ทั้งที่เวลาส่งน้ำมันจริงใช้แรงดันที่ 30-40 บาร์  ทำให้การทดสอบดังกล่าวเป็นการทดสอบต่ำกว่าค่าการทดสอบมาตรฐานทั่วไป และไม่เป็นไปตามกฎกระทรวง ระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ  พ.ศ. 2564 กำหนดการทดสอบให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ประกาศโดยสมาคมวิศวกรเครื่องกลแห่งประเทศ สหรัฐอเมริกา ลำดับที่ ASME B31.4 เรื่องการขนส่งของเหลวทางท่อ ที่กำหนดให้การทดสอบท่อ ต้องทดสอบขั้นต่ำที่  1.25 เท่าของแรงดันที่ท่อออกแบบไว้ และต้องคงแรงดันไว้เป็นเวลาอย่างน้อย 2-8 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับระยะทาง ขนาดของท่อ และอุณหภูมิของน้ำมัน 



2.เหตุใดยังไม่มีการเร่งนำ เทคโนโลยีการตรวจสอบสภาพภายในท่อส่ง โดยการส่งอุปกรณ์อัจฉริยะติดเซ็นเซอร์ วิ่งไปตามแรงดันของของไหลภายในท่อ เพื่อตรวจหาความเสียหาย เช่น รอยกัดกร่อน รอยร้าว หรือความผิดปกติของผนังท่อ (intelligent pigging)  มาใช้สำรวจภายในท่อตลอดเส้นทางเพื่อหาจุดรั่วที่ชัดเจน และทำแผนที่ท่อใต้ดินทั้งหมดเพื่อยืนยันความปลอดภัยของท่อน้ำมันตลอดแนวท่อ จากต้นทางพระโขนงไปถึงปลายทางบางปะอิน ทั้งนี้ intelligent pigging มีหลายคุณภาพ จะต้องเป็นตัวที่สามารถหาจุดรั่วขนาดเล็ก (micro leak)ได้ และมีค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 1-2 เมตร


3.เป็นไปได้ไหมว่าน้ำมันที่พบในโพรง หรือตามดินใต้ท่อนั้นเป็นน้ำมันที่ซึมออกจากท่อสะสมเป็นระยะเวลานาน หรือเป็นน้ำมันเตาจากเครื่องจักรจากการก่อสร้างหรือใช้งานเครื่องจักรในบริเวณนั้นในอดีต เพราะแม้ว่าเป็นน้ำมันเก่าที่มีค่าซัลเฟอร์สูงแต่สุดท้ายน้ำมันดังกล่าวก็ยังสามารถนำกลับสู่กระบวนการ re-refining แยกสารซัลเฟอร์ และสารปนเปื้อนออก แล้วปรับปรุงมาเป็นน้ำมันหล่อลื่น  หรือน้ำมันที่เกรดต่ำลงมาได้ทำให้โอกาสในการตั้งใจนำมาทิ้งลดน้อยลง ทั้งนี้ควรเปิดเผยข้อผลทดสอบและค่าทางวิทยาศาสตร์เพื่อประเมินความเป็นไปได้ของแหล่งที่มาน้ำมัน


4.ความเสี่ยงและอันตรายระหว่างการขุดเปิดหน้าดินด้วยเครื่องจักรบริเวณท่อที่มีน้ำมันค้างท่ออยู่เต็มท่อ และโพรงที่พบน้ำมัน จากประกายไฟที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้เครื่องจักรขุดเปิดหน้าดินอาจเสี่ยงระเบิดได้


5.แม้ว่าท่อน้ำมันดังกล่าวจะใช้งานมากกว่า 30 ปี ก็ไม่สามารถยกเว้นกฎกระทรวง  เรื่องระบบการขนส่งน้ำมันทางท่อ ได้  อาทิ ท่อส่งน้ำมันใต้พื้นดินต้องทำการฝังเทปสีเหลืองไว้เหนือแนวท่อที่ระดับความลึกอย่างน้อย  0.30  เมตร โดยมีข้อความเตือนเป็นตัวอักษรสีดำตลอดแนวท่อ และควรทบทวนกฎกระทรวงให้เพิ่มสัญลักษณ์บ่งชี้ว่ามีท่อน้ำมันอยู่ใต้ดินเหนือผิวจราจรเพื่อให้ประชาชนทราบว่ามีท่อขนส่งวัตถุอันตรายอยู่ใต้ดิน