“สุรศักดิ์” ตัดสินใจเลื่อน “ไทยเที่ยวไทย พลัส” จากปลายปีนี้ ไปเริ่มเมษายน 2570 กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงโลว์ซีซั่น-เด็กปิดเทอม และรอหารือเอกชนก่อนชง ครม. ดัน “ไทยช่วยไทย พลัส” กู้เศรษฐกิจปลายปีแทน


วันที่ 16 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ขณะนี้มีแนวโน้มที่จะเลื่อนระยะเวลาดำเนิน “โครงการไทยเที่ยวไทย พลัส” เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศนั้นออกไปจากเดิมคือ วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เป็นการเริ่มต้นดำเนินโครงการในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ประมาณช่วงเดือนเมษายน 2570 เป็นต้นไปแทน 

เนื่องจากมีการหารือร่วมกันทั้งในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ นั้น เห็นพ้องตรงกันว่าจำเป็นต้องมีโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยว แต่มีความเห็นแย้งเรื่องช่วงเวลา โดยเห็นว่าไม่ควรอัดฉีดงบประมาณในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่เริ่มตั้งแต่ปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า เนื่องจากเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางกันอยู่แล้ว โรงแรมต่างๆ มีผู้เข้าพักเต็มเป็นปกติ ทำให้การใช้จ่ายงบประมาณในช่วงดังกล่าวได้ผลกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เต็มที่และน่าเสียดายงบประมาณที่วางไว้

ขณะเดียวกัน จากการสำรวจความเห็นภาคเอกชน พบว่าผู้ประกอบการบางราย โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม เห็นตรงกันว่าการจัดโครงการในช่วงไฮซีซั่นจะไม่เกิดประโยชน์เพิ่มขึ้น เนื่องจากห้องพักเต็มอยู่แล้ว รวมถึงนักท่องเที่ยวมีการวางแผนเดินทางล่วงหน้าไว้ก่อนแล้ว แต่ขณะนี้ต้องบอกว่า ยังมีความคิดเห็นที่หลากหลายมากในส่วนของผู้ประกอบการ เพราะบางฝ่ายมองว่า อาจมีผู้ประกอบการรายอื่นที่ห้องพักยังไม่เต็ม หรือสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อีก ซึ่งหลังจากนี้จะต้องมีการกลับไปหารือกับภาคเอกชนอีกครั้งเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ครอบคลุมทุกฝ่าย 

“ตอนนี้จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องเร่งนำเรื่องเข้าที่ประชุม ครม. ภายในเดือนกันยายนนี้ โดยจะรอให้รายละเอียดและช่วงเวลาการดำเนินงานได้ข้อสรุปอย่างชัดเจน หรือสะเด็ดน้ำก่อน เมื่อตกผลึกกำหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการที่แน่นอนแล้ว จึงจะนำเข้าที่ประชุม ครม. เพื่ออนุมัติและประกาศใช้อย่างเป็นทางการต่อไป โดยมองว่าการเลื่อนเวลาดำเนินโครงการออกไปก็ไม่ได้ติดขัดอะไร ขอเพียงให้มีโครงการเกิดขึ้นและเกิดประโยชน์สูงสุดแก่เศรษฐกิจก็พอ”

นายสุรศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า โครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวผ่านไทยเที่ยวไทย พลัส วางกรอบวงเงินงบประมาณไว้ที่ 4,000 ล้านบาท จำนวน 1 ล้านสิทธิ โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าที่พัก 1,500 บาทต่อคืน สูงสุด 5 คืน พร้อมแจกคูปองดิจิทัลแบบร่วมจ่ายสัดส่วนที่ 50 ต่อ 50 แบ่งเป็นเมืองหลัก 1,500 บาทต่อวัน เมืองรอง 2,000 บาทต่อวัน โดยหลักการ เงื่อนไข รายละเอียด และกรอบงบประมาณเดิมทั้งหมดถือว่าได้รับการเห็นชอบในเบื้องต้น และมีการกันวงเงินไว้อย่างแน่นอนแล้ว 

แต่ช่วงเวลาที่กำหนดเดิมให้เริ่มต้นเดินทางเที่ยวในเดือนพฤศจิกายนนี้ ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 โดยมีช่วงงดใช้สิทธิ (Blackout Period) หลีกเลี่ยงช่วงเทศกาลปีใหม่ในวันที่ 15 ธันวาคม 2569 - 15 มกราคม 2570 ซึ่งมีความกังวลว่า หากดำเนินโครงการแบบเว้นระยะหรือเป็นช่วงฟันหลอแบบนี้ อาจส่งผลให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความไม่ต่อเนื่องของการกระตุ้นการท่องเที่ยวได้ 

“จากการหารือร่วมกับรัฐมนตรีท่านอื่นนั้น เสียงส่วนใหญ่เห็นควรให้รวบยอดไปจัดทำครั้งเดียวหลังจากผ่านพ้นช่วงปีใหม่ไปแล้ว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจ โดยมีกรอบงบประมาณเดิมที่กันไว้เพื่อดำเนินโครงการแล้ว เพียงแต่เป็นการสับเปลี่ยนช่วงเวลาเท่านั้น โดยยืนยันว่าได้มีการกันงบประมาณไว้แล้วอย่างแน่นอน จำนวนประมาณ 4,000 ล้านบาท เพื่อรองรับการใช้งานที่ 1 ล้านสิทธิ ซึ่งงบประมาณก้อนนี้เป็นการตัดแบ่งออกมาจากงบก้อนเดียวกับ พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้านบาท ก้อนแรกที่สามารถใช้ได้”  

อย่างไรก็ตาม นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวด้วยว่า ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม หรือไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ การกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านการกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจต้องยกประโยชน์ให้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ที่จะมีการต่ออายุโครงการเพิ่มเติม ทำหน้าที่กระตุ้นการเดินทางของประชาชนล่วงหน้าไปก่อนประมาณ 2-3 เดือนจนถึงสิ้นปีนี้ จากนั้นจึงจะเริ่มนำโครงการกระตุ้นการท่องเที่ยวตัวใหม่วงเงิน 4,000 ล้านบาทนี้ มาใช้ต่อในช่วงโลว์ซีซั่นที่เป็นช่วงปิดเทอม เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้พาบุตรหลานเดินทางท่องเที่ยวแบบเป็นครอบครัวได้มากขึ้น.