บอร์ดกสทช.ล่มเป็นครั้งที่ 11 “สรณ” ประกาศไปฟังศาลไต่สวนนัดแรกคดีฟ้องคณะกรรมการสรรหา ด้าน “พิรงรอง” ย้อนถาม “ทำไมลุกจากเก้าอี้ไม่ได้” เผยบอร์ด 6 คนที่เหลือหารือนอกรอบแล้ว
วันที่ 16 ก.ย. 2569 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช. ได้จัดให้มีการประชุมบอร์ดกสทช.ขึ้นเป็นครั้งที่ 11 นับจากมีข้อพิพาทในการดำรงตำแหน่งของนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานบอร์ดกสทช. โดยเมื่อถึง เวลา 9.39 น. นพ.สรณได้เดินเข้าห้องประชุมเพียงคนเดียวเช่นเคย ขณะที่นายต่อพงศ์ เสลานนท์และพล.ต.อ. ณัฐธร เพราะสุนทร ซึ่งมักเข้าประชุมออนไลน์ ทำหนังสือลาเนื่องจากติดภารกิจต่างประเทศ ส่วนนายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ ซึ่งปกติลาประชุม ทำหนังสือแจ้งไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เช่นเดียวกับพล.อ.ท. ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ นายศุภัช ศุภชลาศัย น.ส.พิรงรอง รามสูต บอร์ด 3 คนที่ยืนยันไม่เข้าร่วมประชุมบอร์ดที่มีนพ.สรณเป็นประธานมาตั้งแต่ครั้งแรก
จนเวลา 10.02 น. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการกสทช. ได้ประกาศองค์ประชุมไม่ครบ เลื่อนการประชุมไปเป็น 23 ก.ย. 2569 มีการขานวาระที่น.ส.พิรงรองทำหนังสือ 3 ฉบับแจ้งว่ามีวาระเร่งด่วนรอบอร์ดพิจารณา 22 วาระ ประกอบด้วย คำตัดสินของศาลปกครองสูงสุด การพิจารณาสิทธิในการใช้วงโคจรดาวเทียม การร้องเรียนของผู้บริโภค เป็นต้น
จากนั้นนพ.สรณ ได้เปิดแถลงข่าว ระบุ เชื่อว่าหลายคนมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่าเป็นการเล่นละครเรื่องเดิม จัดการประชุมบอร์ดเหมือนเดิม แต่หวังผลที่แตกต่าง ยืนยันว่าตามกฎหมาย ตนยังเป็นประธานบอร์ดกสทช.อยู่ การจัดประชุม รวมทั้งการกำหนดวาระยังเป็นหน้าที่ “ขณะนี้มีวาระรอการพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก บอร์ดควรหาทางออกร่วมกัน ลดทิฐิและอย่าให้เกิดการเมืองภายในองค์กรอิสระ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นความเสียหายที่บอร์ดต้องร่วมกันรับผิดชอบ ทั้งด้านการเงินและการงาน หากการประชุมมีมติไม่เอกฉันท์ก็ควรมานั่งคุยกัน วาระไหนเสียงเอกฉันท์ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่บอร์ดเห็นไม่ตรงกันทางกฎหมาย”
นพ.สรณ กล่าวอีกว่า อยากฝากสื่อให้สืบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น ว่ามีใครได้ประโยชน์จากการเอาตนออกจากตำแหน่ง “ไม่ใช่เรื่องบาปบุญหรือกรรมเก่า แต่สื่อต้องตรวจสอบว่า ทำไมจึงมีกระบวนการเร่งให้ผมออก ก่อนหน้านี้ผมดำรงตำแหน่งมา 4 ปีครึ่ง ยังเหลือวาระอีก 1 ปีครึ่ง ระหว่างนี้มีเรื่องราวมากมายที่ทำให้ฉากทัศน์ (Landscape)เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทีวีดิจิทัล ดาวเทียม ดาต้าเซ็นเตอร์ AI ฉากทัศน์ที่เปลี่ยนไปเหล่านี้ไปขวางใคร ต้องไปสืบ”
หลังจากนั้นบอร์ด 3 คน ได้แก่ พล.อ.ท.ธนพันธุ์ นายศุภัช และน.ส.พิรงรอง ร่วมกันแถลงข่าวระบุ ได้มีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการระหว่างบอร์ดที่เหลือทั้ง 6 คนแล้ว ทิศทางเป็นบวกมากขึ้น ขณะนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่านายสมภพ ซึ่งปกติทำหนังสือลาประชุมมาโดยตลอด แต่วันนี้แจ้งว่าไม่สามารถเข้าร่วมประชุมกับประธานบอร์ดได้ โดยน.ส.พิรงรอง กล่าวว่า นพ.สรณเข้าประชุมอยู่คนเดียว สิ่งนี้ชัดเจนแล้วว่าบอร์ดส่วนมากคิดอย่างไร “ที่ประธานบอร์ดขอให้สื่อไปสืบสวนว่าใครอยากเร่งให้ประธานบอร์ดออกจากตำแหน่งนั้น ในทางตรงกันข้ามขอย้อนถามว่า ทำไมนพ.สรณจึงลุกออกจากเก้าอี้ไม่ได้ เป็นเพราะอะไร”
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า วันที่ 21 ก.ย. 2569 ซึ่งศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวนนัดแรก คดีที่นพ.สรณฟ้องเพิกถอนคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหาบอร์ดกสทช. ที่บอกว่านพ.สรณมีลักษณะต้องห้ามและให้สละสิทธิ์จากตำแหน่งกรรมการกสทช. โดยนพ.สรณบอกกับผู้สื่อข่าวว่า จะไปเข้าร่วมการไต่สวนด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก