“ณัฐชา” จี้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาปลาหมอคางดำ ชี้ประชาชนไม่ควรต้องฟ้องศาลเพื่อให้รัฐทำหน้าที่ของตัวเอง แนะจัดการแหล่งน้ำ-พื้นที่เพาะเลี้ยงพร้อมกัน พร้อมดึงประชาชนร่วมศูนย์แก้ปัญหา
วันที่ 16 กันยายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 12 โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ ร่วมกันแถลงติดตามการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้เร่งดำเนินมาตรการแก้ไขและเยียวยาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
นายณัฐพงษ์ระบุว่า พรรคประชาชนติดตามปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำมาอย่างต่อเนื่อง โดยปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการประกอบอาชีพของเกษตรกรและชาวประมง ล่าสุดมีคำพิพากษาศาลปกครองกลางให้กรมประมงและกระทรวงมหาดไทยเร่งแก้ไขปัญหา ขณะที่คดีฟ้องแบบกลุ่มของประชาชนที่เรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัทเอกชนก็มีความคืบหน้า จึงถึงเวลาที่รัฐบาลต้องแสดงให้เห็นว่าจะดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร
ด้านตัวแทนเกษตรกรผู้ได้รับผลกระทบที่เข้าร่วมการแถลงข่าวในวันนี้ ระบุว่าพื้นที่บางขุนเทียนได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดตั้งแต่ปี 2565 แม้ที่ผ่านมาเกษตรกรจะได้รับการเยียวยาแล้ว แต่ไม่ได้ทำให้จำนวนปลาหมอคางดำลดลง ปัจจุบันเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำยังประสบความเดือดร้อน ขณะที่ยังไม่เห็นนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาลในการจัดการปัญหา ส่วนในพื้นที่ จ.สมุทรสงคราม ปัญหาเกิดขึ้นมายาวนานและกลับมารุนแรงอีกครั้ง เมื่อกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติใน จ.สมุทรสงครามแล้ว เหตุใดจังหวัดอื่นที่มีการระบาดรุนแรงจึงยังไม่มีการประกาศ
นายณัฐชากล่าวว่า เหตุที่ประชาชนยังต้องออกมาเรียกร้องในวันนี้ เป็นผลจากการปล่อยปละละเลยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หากกรมประมงทำหน้าที่ตามที่ควรจะเป็น ประชาชนก็ไม่ควรต้องไปพึ่งกระบวนการศาลเพื่อให้หน่วยงานรัฐทำหน้าที่ของตัวเอง การต่อสู้ที่ผ่านมาประชาชนต้องเผชิญอุปสรรคหลายด้าน ทั้งการหาเงินวางศาลและการถูกคัดค้านการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ทั้งที่หน่วยงานภาครัฐควรเป็นผู้มีบทบาทหลักในการปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ สิ่งแวดล้อม และระบบนิเวศ แทนที่จะปล่อยให้ประชาชนต่อสู้กับกลุ่มทุนเพียงลำพัง
สำหรับสถานการณ์การระบาด จากเดิมที่กรมประมงประกาศพื้นที่ระบาด 19 จังหวัด ปัจจุบันภาคประชาชนติดตามพบแล้ว 22 จังหวัด และที่น่ากังวลคือการพบปลาหมอคางดำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นในแหล่งน้ำธรรมชาติ และอาจส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนในอนาคตหากไม่มีการดำเนินการอย่างจริงจัง
นายณัฐชากล่าวว่า ตนขอย้ำข้อเสนอที่เคยนำเสนอต่อรัฐบาลอีกครั้ง ให้จำแนกพื้นที่ตามระดับความรุนแรง และในพื้นที่ระบาดหนักต้องดำเนินการทั้งในแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไปพร้อมกัน เพราะหากกำจัดเฉพาะด้านใดด้านหนึ่งปัญหาก็จะวนกลับมาอีก
ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมตั้งศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด พร้อมตั้งเป้าให้เห็นความเปลี่ยนแปลงภายใน 3 เดือน ตนจะติดตามรายละเอียดอย่างใกล้ชิด แต่ที่น่าเศร้ากว่าคือการที่ในงบประมาณกรมประมงปี 2570 จำนวน 4,800 ล้านบาท ไม่มีงบแก้ปัญหาปลาหมอคางดำโดยตรง แต่รัฐบาลก็เตรียมที่จะของบกลาง 350 ล้านบาทมาใช้ในการแก้ปัญหาภายหลังมีคำพิพากษาศาล
นายณัฐชากล่าวต่อไปว่า รัฐบาลจำเป็นต้องจำแนกปัญหาแต่ละพื้นที่ให้ชัดเจน และกำหนดวิธีจัดการทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติและพื้นที่เพาะเลี้ยงไปพร้อมกัน รวมถึงควรมีตัวแทนประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้าร่วมศูนย์อำนวยการ เพราะรูปแบบการเพาะเลี้ยงและปัญหาในแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน แต่ถ้าเป็นไปตามแนวทางที่เห็นอยู่ในขณะนี้ ตนไม่เชื่อว่าจะสามารถเห็นความเปลี่ยนแปลงของปัญหาได้ภายใน 3 เดือน