“โสภณ” แจงผลตรวจฝ้าโรงอาหารรัฐสภาหลุด กรมโยธาฯ ยืนยันโครงสร้างและซีไลน์แข็งแรง ชี้เกิดจากน้ำท่อแอร์ ปัดไม่เกี่ยวหมดประกัน ย้ำ “เชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์” อาคารปลอดภัย



วันนี้ 15 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตรวจสอบกรณีแผ่นฝ้าเพดานบริเวณโรงอาหาร ชั้น B2 อาคารรัฐสภา หลุดลงมา 2 แผ่น เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ภายหลังลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาร่วมกับวิศวกรจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเมื่อวานนี้


นายโสภณกล่าวว่า กรมโยธาธิการและผังเมืองตรวจสอบแล้วพบว่าโครงสร้างและตัวซีไลน์ยังแข็งแรง ส่วนที่เกิดเหตุเป็นบริเวณร่องแอร์ โดยฝ้าเพดานใช้แผ่นสมาร์ตบอร์ด ขณะที่สัปดาห์ที่ผ่านมามีการประชุมอย่างต่อเนื่องและเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน เมื่อปิดเครื่องปรับอากาศจึงเกิดการควบแน่น ทำให้น้ำจากท่อแอร์หยดลงบนแผ่นฝ้า เกิดความชื้นจนแผ่นฝ้าบวมและหลุดลงมา


นอกจากนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองยังอธิบายว่า หัวสกรูที่ใช้ยึดแผ่นฝ้ามีขนาดเล็กคล้ายหัวตะปู จึงมีโอกาสที่แผ่นฝ้าจะหลุดออกมา พร้อมแนะนำให้เปลี่ยนมาใช้สกรูที่มีหัวขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มการรองรับ โดยย้ำว่าปัญหาเกิดขึ้นกับตัวแผ่นสมาร์ตบอร์ดที่ได้รับความชื้น ไม่ได้เกิดจากโครงสร้างของอาคาร


สำหรับการแก้ไขหลังจากนี้ นายโสภณกล่าวว่า จะเพิ่มการดูแลบริเวณแนวท่อแอร์ตามคำแนะนำของกรมโยธาธิการและผังเมือง ส่วนพื้นที่อื่นไม่ได้มีปัญหา พร้อมระบุว่าอาคารทุกแห่งเมื่อใช้งานไประยะหนึ่งย่อมต้องมีการซ่อมแซมและดูแลรักษาตามอายุการใช้งาน เช่นเดียวกับอาคารรัฐสภาที่ต้องได้รับการดูแลให้มีความปลอดภัย


ส่วนกระแสวิจารณ์ว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นหลังหมดระยะเวลารับประกัน นายโสภณกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากเป็นเรื่องของอายุการใช้งานและมีคำอธิบายถึงสาเหตุที่เกิดขึ้นทางวิศวกรรมแล้ว


เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงความเชื่อมั่นของข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และประชาชนที่เข้ามาติดต่อภายในอาคารรัฐสภา หลังเกิดความกังวลเรื่องความปลอดภัย นายโสภณตอบทันทีว่า “โอ๊ย เชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็มาทานอยู่ เชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ไม่มีอะไรหรอกครับ เราอย่ากังวลจนเกินเหตุ มันก็ทำงานไม่ได้”


นายโสภณกล่าวต่อว่า ประธานรัฐสภาและเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่ดูแลสำนักงานและความปลอดภัยอยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า “ทุกอย่างเป็นมาตรฐานหมด แต่เกิดจากการใช้งาน นี่คำพูดของโยธานะ อย่าไปว่าผมว่าเป็นคำพูดผม”