“พลพีร์” สั่งปกครองส่งคนเฝ้าเคลื่อนย้าย 4 ร่างสุสานยิวแปดริ้วไปชลบุรี หวั่นสับเปลี่ยน พร้อมสั่งรีเช็กใบอนุญาตสุสานทั่วประเทศใน 3 วัน พบผิดฟันไม่เลี้ยง จ่อถก “ศุภจี” ขยายผลนิติบุคคลต้องสงสัยกว่า 1 หมื่นแห่ง


เมื่อเวลา 09.43 น. วันที่ 15 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเพิกถอนสุสานยิว ในจ.ฉะเชิงเทรา ว่า  เวลา 05.00 น.วันที่ 15 ก.ย. ทางบริษัทชาบัดได้นำทีมเคลื่อนย้ายร่างทั้ง 4 และได้เคลื่อนย้ายไปยังสุสานจังหวัดชลบุรี โดยได้มีการแจ้งทางจ.ฉะเชิงเทราแล้ว และจะให้มีการแจ้งไปยังจ.ชลบุรีด้วย ส่วนตนได้เน้นย้ำไปที่กรมการปกครองในพื้นที่ให้ไปสังเกตการณ์ เนื่องจากกังวลว่าจะมีการเปลี่ยนหรือโยกย้ายจริงหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้มีภรรยาของผู้เสียชีวิต ที่อยากนำร่างไปประกอบพิธี ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าร่างถูกฝังอยู่แล้วจะนำไปประกอบพิธีอะไร จึงได้มอบหมายให้ท้องที่ของทั้ง 2 จังหวัดเข้าไปดูแล 


นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงสุสานทั่วประเทศว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ย.ได้มีการประชุมคณะกรรมการเฉพาะกิจของกระทรวงมหาดไทยในการจัดระเบียบสังคม โดยได้ให้กรมการปกครองทำตัวเลขสุสานสถานที่ประกอบฌาปนกิจทั่วประเทศให้เสร็จภายใน 3 วัน และรายงานมา เมื่อได้รายชื่อมาทั้งหมดจะนำไปตรวจสอบใบอนุญาตว่าถูกต้องหรือไม่ หากไม่ถูกต้องจะใช้แนวทาง “ฉะเชิงเทราโมเดล” ในการดูแลเพิกถอนดำเนินคดีต่างๆ อย่างไรก็ตามในการตรวจสอบย้อนหลังชาบัดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา พบข้อสงสัยตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งตนเชื่อว่าขาดพยานหลักฐานในการยื่นขอสุสานตั้งแต่ตอนนั้น โดยวิธีการที่ตนเช็คใช้แอปพลิเคชัน Google Earth ถนนและแหล่งน้ำแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีแหล่งน้ำอยู่ตรงนั้นมาก่อนแล้ว แต่ในเอกสารของนายกองค์การบริหารส่วนตำบล และข้าราชการบางส่วนที่เซ็นอนุมัติทางผู้ว่าราชการจังหวัดจัดตั้งคณะกรรมการสอบ โดยกำหนดระยะเวลา 15 วัน หากสอบไม่แล้วเสร็จจะขยายเวลาก็มาว่ากันอีกที แต่ส่วนตัวเห็นแล้วว่าผิดหากมีข้าราชการหรือผู้บริหารท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินคดีต่อไป 


นายพลพีร์ ยังกล่าวถึงการประชุมในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ว่าจะเป็นการหารือกับนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นการหารือกันนอกรอบเกี่ยวกับนอมินี สัญชาติ วีซ่าต่างๆ และทุกภารกิจที่เราดำเนินการมาตลอดระยะเวลา 30-40 วัน ซึ่งยังไม่ครบลูป เพราะหากกระทรวงมหาดไทยไปจับ ก็ต้องส่งเรื่องให้ตำรวจ หากทางตำรวจไม่ได้ดำเนินการต่อ ก็จะต้องมีการรายงานเพื่อให้ทางกระทรวงมหาดไทยขยายผลต่อไป โดยจะมีการหารือกับรมว.ยุติธรรม เกี่ยวกับบริษัทอิสราเอล ที่พบว่ามีเครือข่ายหลายสิบบริษัท จึงอยากได้ความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ที่ดำเนินการอยู่แล้วแต่อยากให้การส่งข้อมูลสามารถทำให้เร็วกว่านี้ นอกเหนือจากระบบราชการจะมีวิธีอื่นอีกหรือไม่ 


นายพลพีร์ กล่าวว่า ขณะที่การหารือกับนางศุภจี กรมการปกครองจะหารือเกี่ยวกับการจัดตั้งบริษัทต่างๆ และส่งข้อมูลให้กัน เพราะขณะนี้มีนอมินี ที่ถือครองที่ดินในประเทศไทยโดยเฉพาะบริษัทนิติบุคคล ประมาณ 2,000 แห่ง และมีบริษัทที่น่าสงสัยกว่าอีกหมื่นแห่ง ซึ่งมีมูลค่ากว่า 80,000 ล้านบาท โดยจะรวบรวมข้อมูลและปรึกษากันวันนี้ ก่อนจะนำเรียนนายกรัฐมนตรี หลังกลับจากประเทศเวียดนาม


ส่วนความคืบหน้าการเนรเทศชาวต่างชาติอิสราเอลและฝรั่งเศส มีการยื่นอุทธรณ์หรือความคืบหน้าอย่างไร นายพลพีร์ กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่เห็นการยื่นอุทธรณ์ แต่ขณะนี้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองได้ควบคุมตัวไว้อยู่ หากภายใน 7 วันไม่มีการยื่นเรื่อง ก็จะมีการส่งตัวออกนอกประเทศ ส่วนกฎหมายเรื่องการเนรเทศขอดูพยานหลักฐานและเหตุผลในการเนรเทศก่อน แต่การกระทำความผิดอื่นของชาวต่างชาติ เราจะดำเนินการเพิกถอนวีซ่ามากกว่า เช่นการไปจับกลุ่มที่ผับ 577 ห้วยขวาง ซึ่งพบชาวต่างชาติ 5 รายที่ดำเนินการเพิกถอนวีซ่า