“วรศิษฎ์” รายงานนายกฯ คืบหน้าบรรจุ ขรก.ท้องถิ่นรอบที่ 4 เผย 17 ก.ย. ประชุม ก.กลาง เคาะกรอบเวลา บอกรู้สึกมีกำลังใจ หลัง “อนุทิน” เอ่ยชม ย้ำไร้แรงกดดัน หลังม็อบกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว. 


วันที่ 14 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ถึงความคืบหน้าการบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างหลังจากมีการเพิกถอนผู้ทุจริตเมื่อวันที่ 30 ส.ค. ว่า มารายงานเรื่องกรอบเวลาบรรจุข้าราชการท้องถิ่นรอบที่ 4 สำหรับบุคคลที่รอเรียกบัญชีอยู่ ทั้งนี้ ตั้งใจว่า จะมีการเรียกบรรจุในช่วงเดือน ต.ค. โดยวันที่ 17 ก.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ซึ่งจะมีการนำเสนอรูปแบบกรอบเวลาให้กับ ก.กลาง ได้ดูด้วย และวันดังกล่าวจะมีการสรุปวันบรรจุ จะดำเนินการให้เร็วที่สุด เชื่อว่า ผู้ที่รอบรรจุอยู่รอมาหลายเดือนแล้ว


ผู้สื่อข่าวถามว่า ก่อนหน้านี้นายกฯ ระบุเรื่องการตรวจสอบการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นจะไม่จบเพียงเท่านี้ จะสาวไปมากกว่านี้ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า มันไม่จบแค่นี้อยู่แล้ว เพราะในส่วนกระทรวงมหาดไทยที่ทำพยายามเร่งดึงคนที่สอบได้ด้วยความบริสุทธิ์กลับเข้าสู่ระบบโดยเร็วที่สุด และถอดคนที่มีคะแนนผิดปกติออกไปให้เร็วที่สุด ถือว่าเราเดินมาถึงจุดที่สำเร็จได้ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนการเอาผิดเรื่องของอาญา ไม่มีทางจบแค่นี้อยู่แล้ว อย่างที่เราเห็นเมื่อวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา นายกฯได้มีการแถลงเพิ่มเติมเรื่องการริบทรัพย์ และระหว่างนั้นก็เห็นว่ามีการไปจับกุมเพิ่มเติมอยู่เป็นรายวัน ให้ทีมทำงาน ตำรวจ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ขยายผลออกไปเรื่อยๆ ดำเนินการกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด


บอกรู้สึกมีกำลังใจอยู่แล้ว หลัง “อนุทิน” เอ่ยชม 


นายวรศิษฎ์ ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เอ่ยชม รมช.มหาดไทยช่วยแบ่งเบางานได้มากว่า รู้สึกมีกำลังใจอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของทุกคนอยู่แล้วไม่ว่าจะเป็นใคร เป็นตน หรือรัฐมนตรีคนอื่นๆ ทุกคนต้องช่วยทำงานให้กับประชาชน


เมื่อถามย้ำว่า รัฐมนตรีเอ่ยปากชมรัฐมนตรีกลุ่มลูกเทพว่าเข้าใจการทำงานมากขึ้น นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ตนว่าทุกคนมากกว่า คงไม่มีคนใดคนหนึ่ง หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ทำได้ดี เพราะเป็นการซัพพอร์ตกันทั้งคณะ และมีนายกฯเป็นแกนนำ หากนายกฯ ไม่สนับสนุนในการทำงาน ตนว่าคณะรัฐมนตรีก็ทำงานยาก ต้องขอบคุณนายกฯ มากกว่า


ยันรัฐบาลไร้แรงกดดัน หลังมีการเคลื่อนไหวกดดัน กกต.คดีฮั้ว สว.  


นายวรศิษฎ์ ยังกล่าวถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะมีคำวินิจฉัยในคดีฮั้วเลือก สว. ในวันนี้ 14 (ก.ย.) มีแรงกดดันอะไรกับรัฐบาลหรือไม่ว่า ตนว่าไม่มี ซึ่งเรายืนยันชัดเจนมาโดยตลอดอยู่แล้วว่าใครทำอะไรก็ต้องรับผิดชอบ และเราไม่ได้เข้าไปวุ่นวาย ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นอยู่แล้ว เป็นเรื่องของ กกต.ที่ต้องดำเนินการตามพยานหลักฐาน


ผู้สื่อข่าวถามว่า การชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. มีความพยายามเชื่อมโยงและปลุกระดมมวลชน นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า เป็นสิทธิของเขา แต่สุดท้ายต้องทำงานบนข้อเท็จจริงมากกว่า


เมื่อถามว่า การเคลื่อนไหวของหลายกลุ่มในช่วงนี้ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่มี เพราะพวกตนทำงานเต็มที่มาโดยตลอด อย่างที่ทุกคนเห็นตั้งแต่ตั้งคณะรัฐมนตรีมา เราเจอปัญหาทั้งภายในและภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้ค่อนข้างเยอะพอสมควร ตนว่าตอนนี้ทุกคนโฟกัสทำอย่างไรที่จะเคลียร์ปัญหาเหล่านี้ให้เสร็จสิ้นและให้ประเทศเดินหน้าต่อได้ง่ายที่สุด เมื่อถามย้ำว่า มีความกังวลหรือไม่ หากคำวินิจฉัยของ กกต.ออกมา ทำให้กลุ่มที่เคลื่อนไหวไม่พอใจและออกมาเคลื่อนไหวกดดันต่อ นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ไม่กังวล อย่างที่บอกทุกอย่างอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน