“ภราดร” เป็นประธานถกแก้สินบน ลดขั้นตอนอนุมัติ-อนุญาต ใช้ออนไลน์ลดความเสี่ยง นำร่องโรงแรมภูเก็ต – 4 หน่วยงานบริการประชาชน–อีอีซี
เมื่อเวลา 11.45 น. วันที่ 14 ก.ย.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงการทุจริตภาครัฐ ครั้งที่ 1/2569 ว่า แนวทางของรัฐบาลคือ ทำให้การต่อต้านทุจริตเกิดผลในทางปฏิบัติ และประชาชนกับภาคธุรกิจต้องสัมผัสได้จากการรับบริการภาครัฐที่ง่ายขึ้น เร็วขึ้น โปร่งใสขึ้น และมีกติกาที่ชัดเจน โดยเฉพาะกระบวนงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุมัติและอนุญาต ซึ่งเป็นจุดที่ภาคเอกชนสะท้อนปัญหามาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ประชุมมีมติเดินหน้า 3 มาตรการสำคัญ ที่จะส่งผลโดยตรงต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ได้แก่
1. ปลดล็อกกระบวนการขอใบอนุญาตโรงแรมใน จ.ภูเก็ต เร่งพัฒนาระบบ DOPA iService ของกระทรวงมหาดไทยให้เป็นระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอ ติดตาม และรับใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ได้ด้วยตนเอง พร้อมกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาที่ชัดเจน ลดขั้นตอนและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งช่วยให้ผู้ประกอบการโรงแรมที่ยังไม่เข้าสู่ระบบสามารถดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายได้สะดวกยิ่งขึ้น
2. ดึงข้อเสนอภาคเอกชน ปรับกระบวนงาน 4 หน่วยงานนำร่อง มอบหมายสำนักงาน ป.ป.ท. และสำนักงาน ก.พ.ร. นำข้อเสนอแนะจากแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย (Thai CAC) มาปรับปรุงกระบวนงานของ 4 หน่วยงานที่ประชาชนและภาคธุรกิจติดต่อใช้บริการเป็นจำนวนมาก ได้แก่ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมทรัพย์สินทางปัญญา กรมการค้าภายใน และกรมการขนส่งทางบก โดยมุ่งลดขั้นตอน เพิ่มความสะดวก และลดการใช้ดุลพินิจในการอนุมัติอนุญาต พร้อมพัฒนากระบวนการให้สำนักงาน ป.ป.ท. และภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเฝ้าระวังความเสี่ยงการทุจริตอย่างเป็นระบบ
3. นำร่องระบบแจ้งรัฐผ่านแอปพลิเคชัน ทางรัฐ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เริ่มดำเนินการกับ 5 หน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานที่ดินจังหวัด สำนักงานประกันสังคมจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาค ตำรวจภูธรจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมเตรียมความพร้อม อปท. นำร่อง 2,997 แห่ง เพื่อเข้าสู่การให้บริการผ่านดิจิทัลแพลตฟอร์มเดียว รวมถึงยกระดับสำนักงานที่ดิน 15 สาขาในพื้นที่อีอีซี ตามมาตรฐานศูนย์ราชการสะดวก (จีอีซีซี) โดยใช้ศรีราชาโมเดล เป็นต้นแบบ
นายภราดร ระบุว่า คณะอนุกรรมการชุดนี้มีภารกิจสำคัญ 4 ด้าน ตั้งแต่การกลั่นกรองข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาการให้และรับสินบนและการประพฤติมิชอบของเจ้าหน้าที่รัฐอย่างเป็นระบบ การกำหนดมาตรการป้องกันความเสี่ยงในกระบวนงานสำคัญของภาครัฐ เช่น โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา การผลักดันบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัลเพื่อลดการใช้ดุลพินิจ โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ตลอดจนการบูรณาการทำงานระหว่าง ป.ป.ท. ป.ป.ช. หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อยกระดับการป้องกันการทุจริตของประเทศ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองการต่อต้านทุจริตเฉพาะปลายทางเมื่อเกิดความผิดแล้ว แต่ต้องปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง หากขั้นตอนราชการน้อยลง กติกาชัดขึ้น ใช้ดิจิทัลมากขึ้น และภาคเอกชนมีส่วนร่วมสะท้อนปัญหา โอกาสในการเรียกรับผลประโยชน์ก็จะลดลง เป้าหมายคือทำให้ประชาชนติดต่อรัฐได้สะดวกโดยไม่ต้องพึ่งเส้นสาย และทำให้ผู้ประกอบการทำธุรกิจได้ภายใต้กติกาที่โปร่งใสและเป็นธรรม
รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า การดำเนินงานทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลในการแก้ปัญหาทุจริตเชิงระบบ ผ่าน 4 แนวทาง คือ ลดขั้นตอนที่ซับซ้อนในการอนุมัติอนุญาต ใช้ข้อมูลและข้อเสนอจากภาคเอกชนแก้ปัญหาให้ตรงจุด ใช้เทคโนโลยีลดการพบปะและการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ และเสริมสร้างธรรมาภิบาลในหน่วยงานรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ยกระดับดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI) และสร้างความเชื่อมั่นต่อภาครัฐและประเทศไทยในระยะยาว