“วิโรจน์” โต้ “ภูมิธรรม” เรื่องเขากระโดง-ฮั้ว สว. พรรคเพื่อไทย ทราบข้อมูลเป็นอย่างดี สมการการเมืองเป็นแบบใด แต่ทุจริต คือ ทุจริต ด้าน “อมรัตน์” ซัด ไร้ยางอาย คนตระบัดสัตย์มีราคาที่ต้องจ่าย 


วันที่ 13 กันยายน 2569  นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีต สส.พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก กรณี นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องคดีฮั้ว สว. ว่า “ส้ม ไม่มีสิทธิ์เรียกร้อง เพื่อไทย ตอนคุยตั้งรัฐบาล ถ้าให้พรรคเพื่อไทย เขากระโดง จะจบใน 1 เดือน ฮั้ว สว. ก็จะทำให้จบ แต่ส้มไม่ใยดี ยกให้น้ำเงินเป็นรัฐบาลทั้งๆ ที่เตือนแล้ว เขากระโดง/ฮั้ว สว. จะหายไป เราทำแล้วแต่คุณไม่ร่วมทำ จะเรียกร้องเราอีกทำไม”


โดยนายวิโรจน์ ได้ตอบกลับว่า ขอบคุณคุณภูมิธรรม ที่อธิบายข้อเท็จจริงและมุมมองของพรรคเพื่อไทยอย่างตรงไปตรงมา ผมเองก็ไม่ปฏิเสธว่า การตัดสินใจเลือกนายกรัฐมนตรีในวันนั้น เป็นการตัดสินใจของพรรคประชาชนเอง จะถูกหรือผิด ประชาชนย่อมมีสิทธิวิจารณ์ และไม่จำเป็นที่ผมต้องยกเอาเหตุใดๆ มาอ้างเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ


ส่วนสิ่งที่คุณภูมิธรรมได้ทักท้วงกับตัวแทนพรรคประชาชนก่อนการตัดสินใจ ผมก็เคารพในข้อเท็จจริงที่คุณภูมิธรรมนำมาเปิดเผย แต่ผมคิดว่า เรื่องหนึ่งที่เราน่าจะเห็นตรงกันก็คือ ความรับผิดชอบต่อการเลือกนายกรัฐมนตรี กับความรับผิดชอบในการจัดการปัญหาการทุจริตและการบังคับใช้กฎหมาย เป็นคนละส่วนกัน


พรรคประชาชนต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พรรคประชาชนตัดสินใจ พรรคเพื่อไทยก็ต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่พรรคเพื่อไทยเลือกจะทำ หรือเลือกที่จะไม่ทำ เช่นเดียวกัน ผมไม่ได้ต้องการชี้นำว่า พรรคเพื่อไทยควรตัดสินใจภายในพรรคอย่างไร และไม่มีพรรคการเมืองใดควรมีอำนาจไปสั่งอีกพรรคหนึ่งได้อยู่แล้ว


แต่เมื่อคุณภูมิธรรมเองพูดถึงทั้งกรณีฮั้ว สว. และกรณีเขากระโดง ก็แสดงให้เห็นว่า พรรคเพื่อไทยเองตระหนักดีว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องร้ายแรงที่กระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และส่งผลร้ายอย่างมากต่อประเทศ และทั้งสองกรณีนี้พรรคเพื่อไทยก็รับทราบข้อมูลเป็นอย่างดี


ดังนั้น หากเราเห็นตรงกันว่าเรื่องเหล่านี้สำคัญ ผมก็หวังเพียงว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาล ไม่ว่าใครเคยเลือกใคร และไม่ว่าในอดีตแต่ละพรรคจะเคยตัดสินใจอย่างไร เรื่องที่ควรได้รับการตรวจสอบก็ต้องได้รับการตรวจสอบ และกฎหมายก็ควรถูกบังคับใช้อย่างตรงไปตรงมา


เพราะท้ายที่สุดแล้ว การทุจริต ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน สมการทางการเมืองจะเป็นอย่างไร การทุจริต ก็คือการทุจริต อยู่วันยังค่ำ


“ผมเห็นด้วยกับคุณภูมิธรรมครับว่าต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ต่างพรรคต่างรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเอง และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสินว่า ใครได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่แล้วจริงๆ”



ขณะที่ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีตสส.พรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเช่นเดียวกันว่า “พูดได้ควายมาก คนตระบัดสัตย์มีราคาที่ต้องจ่าย อยากจบจริงก็แค่แยกสารร่างตัวเองออกมาจากสีน้ำเงิน  เกาะติดเป็นแฝดอินจันแล้วออกมาแกว่งปากหาเสี้ยน  ไร้ยางอาย ทุเรศ”