“วัฒนา ช่างเหลา” ขายนโยบายนายก อบจ.ขอนแก่น ดันนโยบายอินฟลูเอ็นเซอร์รุ่นเก๋า ปั้นผู้สูงวัยทำคอนเทนต์สร้างรายได้ ผ่านมหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ พร้อมสอนป้องกันภัยแก๊งคอลเซ็นเตอร์
วันที่ 13 กันยายน 2569 นายวัฒนา ช่างเหลา ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น หมายเลข 1 พร้อมด้วย นายธนิก มาสีพิทักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ขอนแก่น พรรคกล้าธรรม และ น.ส.กุลนิติ เบ้าจรรยา สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ในฐานะผู้ช่วยหาเสียง ลงพื้นที่ อ.มัญจาคีรี พร้อมจัดกิจกรรม “ตุ้มโฮม 60 ยังแจ๋วสูงวัยไม่สะดวกแก่” เพื่อพบปะทักทายและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับประชาชนและผู้สูงอายุในพื้นที่นับร้อยคน โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและเปี่ยมด้วยรอยยิ้ม
โดยทางกลุ่มผู้สูงอายุในพื้นที่ได้ทำพิธีเบิกขวัญ ผูกข้อมือ เพื่อเป็นกำลังใจให้ชนะการเลือกตั้ง พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงปัญหาของผู้สูงวัย อาทิ การส่งเสริมอาชีพเพื่อไม่ให้คนวัย 60 ปีขึ้นไปที่ยังแข็งแรง แต่ต้องอยู่บ้านเฉยๆ ต้องการให้ อบจ. สนับสนุนการฝึกอบรมทักษะยุคใหม่, ระบบการแพทย์ฉุกเฉินเชื่อมโยงโรงพยาบาล ตลอดจนพิจารณาความเป็นไปได้ในการสร้างบ้านพักคนชรา และการเปลี่ยนพื้นที่ 30 ไร่ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ดึงเทคโนโลยี IT มาสร้างรายได้ให้ชุมชน
นายวัฒนาได้เน้นย้ำถึงความตั้งใจจริงในการดูแลยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุขอนแก่น ให้มีความสุข สุขภาพกายและใจแข็งแรง ตลอดจนรู้สึกมีคุณค่าต่อสังคม และได้นำเสนอแนวคิดการขับเคลื่อนโครงการ “มหาวิทยาลัยผู้สูงอายุ” หลังรัฐบาลปลดล็อกให้ท้องถิ่นจัดทำได้ รวมไปถึงศูนย์ผู้สูงอายุใน อบต. เพื่อเปิดพื้นที่เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ภายใต้แนวคิดผู้สูงวัยยุคใหม่ “แก่ไม่เก่า เฒ่าแต่จ๊วด” สอนทั้งการทำอาหาร การดูแลสุขภาพ การสอนป้องกันภัยมิจฉาชีพไซเบอร์ และการปั้นผู้สูงวัยเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์สร้างรายได้ หรือ “Influencer School” สอนใช้สมาร์ตโฟนสร้างคอนเทนต์ ให้ผู้สูงอายุและคนทุกวัยสามารถสร้างรายได้ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ได้แม้จะอยู่บ้านหรืออยู่ไร่นา ควบคู่ไปกับนโยบาย “1 อำเภอ 1 อินฟลู” เพื่อนำของดี ภูมิปัญญา และสถานที่ท่องเที่ยวทั่วทั้ง 26 อำเภอของขอนแก่นออกสู่สายตาคนภายนอก
“เวลาเราเล่นโซเชียล มันสร้างอาชีพให้ตัวเองได้ เวลาไปไร่ไปนา ทำกับข้าว ทอผ้าสาวไหม ก็หาเงินได้ บางอย่างเราทำอยู่แล้วทุกวัน เราอาจจะมองว่าไม่น่าสนใจ แต่บางคนเขาไม่รู้ มันก็น่าสนใจสำหรับเขา เอาไปทำคอนเทนต์ได้ ถือว่าเป็นการสร้างอาชีพให้คนสูงวัยบ้านเรา” นายวัฒนา กล่าว
นอกจากนี้ ยังมุ่งส่งเสริมสุขภาพผ่านนโยบายการแข่งขัน “กีฬาผู้สูงอายุ” แบบเข้าถึงง่ายและสนุกสนาน เช่น เปตอง เตะปี๊บ ฟุตซอลผู้สูงวัย และเต้นแอโรบิก เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ออกกำลังกาย สร้างเสียงหัวเราะ และกระชับมิตรภาพในชุมชน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างสุขภาพจิตที่ดีและเติมเต็มพลังในการใช้ชีวิตประจำวัน
นายวัฒนา ตอบรับว่าแนวคิดทั้งหมดที่พ่อใหญ่แม่ใหญ่เสนอมานั้นเป็นประโยชน์และตรงจุดอย่างยิ่ง ตนพร้อมนำเสียงสะท้อนเหล่านี้ไปทบทวนและบรรจุเข้าแผนงาน อบจ.ขอนแก่น เพื่อขับเคลื่อนทั้งการยกระดับศูนย์ผู้สูงอายุ การวางระบบดูแลสุขภาพ 24 ชั่วโมง การส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ และการสร้างบ้านพักคนชราที่ต้องเอาไปพิจารณาต่อ พร้อมยืนยันว่า ความสุขและคุณภาพชีวิตของพ่อใหญ่แม่ใหญ่ทุกคนคือหัวใจสำคัญในการพัฒนาขอนแก่น โดยพร้อมจะนำทุกแนวคิดและนโยบายผู้สูงอายุไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสัมฤทธิ์จริง เพื่อให้ขอนแก่นเป็นเมืองที่น่าอยู่และรองรับคนทุกช่วงวัย