จับตา 14 ก.ย. ชี้ชะตาคดีฮั้ว สว. “กกต.” นัดลงมติขานคะแนนฟันผิดรายคน จ่อแถลงผลช่วงเย็น คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด พร้อมขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 กองร้อย รับมือมวลชน


วันที่ 12 กันยายน 2569 ตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีกำหนดนัดประชุมเพื่อลงมติวินิจฉัยสำนวนคดีการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ที่มีผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229 คน ประกอบด้วย ผู้ดำรงตำแหน่ง สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน รวมไปถึงกรรมการบริหารพรรค และเครือข่ายพรรคการเมือง 91 คน ในช่วงเช้าของวันจันทร์ที่ 14 กันยายนนี้ โดยมีรายงานว่าในการประชุมดังกล่าว กกต. จะดำเนินการประชุมพิจารณาลงมติสำนวนคดีตามลำดับข้อกล่าวหา ใน 7 ข้อหา 

7 ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว.

1. กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือไม่ 

2. ผู้สมัครยินยอมให้ กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส. สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่

3. ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด คือ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว. 2567 ที่ออกตามมาตรา 70 และมาตรา 36 หรือไม่ 

4. มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) หรือไม่

5. มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิ์เลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3) หรือไม่ 

6. มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 หรือไม่  

7. ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่ 

โดยการลงมติของ กกต. จะเป็นการลงมติผู้ที่ถูกกล่าวหาเป็นรายบุคคล และภายหลังการลงมติ สำนักงาน กกต. จะดำเนินการเผยแพร่ผลการลงมติให้สาธารณชนทราบอย่างเป็นทางการ ในช่วงบ่ายวันที่ 14 กันยายน 

จัดตำรวจ 1 กองร้อยรับมือมวลชน คาดไม่เปิดเผยคะแนน-ชื่อคนผิด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการประชุม กกต. เพื่อลงมติคดีฮั้ว สว. จะเริ่มในเวลา 10.00 น. มีรายงานว่าเมื่อเริ่มการประชุม กกต. แต่ละคน จะส่งใบลงมติของตนเองที่มีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ใน 7 ข้อกล่าวหา โดยใบลงมติดังกล่าว กกต. แต่ละคน ได้รับไปตั้งแต่ครั้งจบการรับฟังข้อเท็จจริงในสำนวนเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักการประชุมจะรวบรวมผลการลงมติและขานมติ ซึ่งเมื่อวันที่ 11 กันยายนที่ผ่านมา กกต. ได้มีการประชุมทำความเข้าใจในเรื่องการลงมติดังกล่าวแล้ว

สำหรับผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้ทั้ง 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 138 คน รัฐมนตรี สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน เครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน สว.สำรองและผู้สมัคร สว. 50 คน

ทั้งนี้ หลังจาก กกต. มีมติแล้วจะเป็นขั้นตอนของสำนักงาน กกต. ซึ่งจะต้องมีการรวบรวมความเห็นของกรรมการแต่ละคนที่เป็นเสียงข้างมากหรือเป็นมติเอกฉันท์ มาจัดทำเป็นคำวินิจฉัย โดยตามกฎหมายจะต้องดำเนินการจัดทำคำวินิจฉัยให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน กรณีหากเป็นมติให้มีการส่งศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ก็จะใช้เวลาในการจัดทำคำร้อง 60 วันเช่นกัน 

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังพบว่าสำนักงาน กกต. มีการเตรียมการเรื่องของการแถลงผลการประชุมไว้ในเย็นวันเดียวกัน โดยจะมีการเปิดให้สื่อมวลชนลงทะเบียนในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน และมีความเป็นไปได้สูงที่การแถลงจะไม่มีการระบุจำนวนเสียง กกต. ที่ลงมติว่าเป็นเท่าใด ใครเป็นเสียงข้างมาก ข้างน้อย รวมถึงจะไม่มีการระบุรายชื่อผู้ถูกกล่าวหากรณีที่ กกต. มีมติให้ส่งศาลฎีกาฯ พิจารณา แต่จะเป็นการระบุจำนวนคนเท่านั้น โดยความชัดเจนให้รอคำวินิจฉัยและคำสั่งรับฟ้องของศาลฎีกาเป็นหลัก

นอกจากนี้ สำนักงาน กกต. ประเมินว่าอาจมีกลุ่มมวลชนต่างๆ มาเกาะติดการลงมติและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ตั้งแต่เช้า จึงมีการเตรียมในเรื่องมาตรการความปลอดภัย โดยประสานกับกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 และตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง ขอกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยจำนวน 1 กองร้อย รวมทั้งมีการกันพื้นที่ให้ทั้งสื่อมวลชนและประชาชนอยู่บริเวณภายนอกสำนักงาน กกต. จนกว่าจะถึงช่วงเวลาใกล้แถลงข่าว จึงจะเปิดให้สื่อมวลชนเท่านั้นเข้าพื้นที่เพื่อรับฟังการแถลงข่าว.