สว. ถกงบประมาณปี 2570 “นันทนา” เปรียบจัดงบฯแล้วแต่ดวง วางเดิมพันหมดหน้าตักกับเอไอ ห่วงเศรษฐกิจไทยกำลังโคมา ประชาชนขาดกำลังซื้อ



 เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 11 ก.ย.2569 ที่รัฐสภา มีการประชุมวุฒิสภา(สว.) มีพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานสว.ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ.2570 ต่อจาก สส.ที่พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้ ที่ประชุมต้องให้ความเห็นชอบหรือไม่ให้ความเห็นชอบภายใน 20 วันนับแต่รับร่าง โดยไม่สามารถแก้ไขได้ ขณะที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ชี้แจง และเสนอร่างกฎหมายต่อที่ประชุมว่า งบประมาณปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท หลักการเพื่อมุ่งเน้นขับเคลื่อนนโยบายสำคัญรัฐบาล ในการแก้ไขปัญหาประชาชน รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจควบคู่การรักษาวินัยการเงินการคลัง รองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ตอบสนองต่อความท้าทายที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นไปตามกรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด สำหรับข้อคิดเห็น เสนอแนะ สว. รัฐบาล รับไว้ด้วยความขอบคุณ จะนำไปประกอบการพิจารณาเพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณให้มีความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน


“นันทนา” ซัดทำงบฯแล้วแต่ดวง

 นางนันทนา นันทวโรภาส สว. อภิปรายว่า ขอตั้งชื่องบประมาณปีนี้ ตามหัวหน้ารัฐบาลที่เป็นคนเหนือดวง เรียกว่า งบประมาณแล้วแต่ดวง จัดงบฯแบบนี้ถือเป็นลายแทงสู่หุบเหว ประชาชนหวังพึ่งรัฐบาลคงไม่ได้ขนาดนายกรัฐมนตรี ยังต้องพึ่งเหรียญสมีโชติเลย งบฯกระทรวงหลักๆ ถูกปรับลด แต่งบฯดีอีเพิ่ม33% เพราะเป็นกระทรวงลูกเทพหรือไม่ ใครๆก็ทราบดี วางเดิมพันหมดหน้าตักกับเอไอ พัฒนาเศรษฐกิจได้จริงหรือ เอาแค่ โครงการนำร่อง TH-AI Passport ด้วยงบฯ 1,600 ล้านบาท ก็ล้มเหลวตั้งแต่ยังไม่ออกจากท่า ไม่นับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างมากมาย ทำไมกำหนดงบฯกลางไว้สูง ถึงเจ็ดแสนล้านบาท หากสภาฯอนุมัติให้ก็เหมือนการตีเช็คเปล่า งบฯกลางยิ่งมากก็ยิ่งเพิ่มเงินทอน หาได้เพิ่มจีดีพี ไม่ และเงินกู้ 7.88 แสนล้าน รัฐบาลยืมเงินอนาคตมาใช้ มีแผนในการใช้หนี้อย่างไร ถ้ารัฐบาลทำตัวเป็นลูกอีช่างกู้ แต่ไม่ยอมหาเงินมาคืน โลกจะจดจำว่า รัฐบาลอนุทินเป็นนักกู้ผู้ไม่รับผิดชอบต่ออนาคตของประเทศ


น.ส.นันทนา กล่าวอีกว่า ขณะนี้ เศรษฐกิจกำลังโคมา ประชาชนไม่มีกำลังซื้อ รัฐบาลก็ถังแตก หากรัฐบาลยังบริหารประเทศอย่างที่เป็นมาประเทศไทยไม่รอดแน่นอน ประชาชนต้องการรัฐบาลที่บริหารประเทศอย่างโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และยอมให้ตรวจสอบได้ ขณะนี้รัฐบาลเผชิญปัญหามากมาย หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ประชาชนกังขาแต่ไม่มีระบบตรวจสอบ ไม่ว่าจะคดีเขากระโดง ฮั้ว สว. โกงสอบท้องถิ่น กักตุนน้ำมัน ทุนเทาข้ามชาติ ดูจากการจัดงบแล้วรัฐบาลยังหาทางออกจากวิกฤติไม่เจอ ตนจึงไม่อาจเห็นชอบให้รัฐบาลบริหารงบฯ 2570