“อนุทิน” สั่งสางปมแอร์พอร์ตลิงก์-โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ลั่นรัฐต้องไม่เสียค่าโง่ ยึดกฎหมายเป็นหลัก “พิพัฒน์” ย้ำชัดแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ วิ่งบริการต่อเนื่องยาวถึง 31 ม.ค. 2570 


วันที่ 11 ก.ย.2569 นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม ได้นำนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดีกรมทางหลวง ในฐานะประธานกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (บอร์ด รฟท.) พร้อมด้วยนายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการ รฟท. เข้าพบและรายงานสถานการณ์ต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ. หรือบอร์ด EEC) บนตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อหาทางออกกรณีการเดินรถไฟแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ที่สัญญากำลังจะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ รวมถึงปมปัญหาข้อพิพาทในสัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ร่วมกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (เครือซีพี)


นายปิยพงษ์ เปิดเผยภายหลังการหารือว่า นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความสะดวกในการเดินทางของประชาชน โดยสั่งการเด็ดขาดให้ รฟท. บริหารจัดการไม่ให้การเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ หยุดชะงักเด็ดขาด ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับเอกชนคู่สัญญา แต่หากมีเหตุขัดข้อง นายกฯ ได้กำชับให้ รฟท. เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดในการเข้าบริหารและเดินรถเองทันที ส่วนกรณีที่เอกชนยื่นข้อเสนอ 4 เงื่อนไขมานั้น ทางผู้ว่าฯ รฟท. จะนัดหมายเจรจารายละเอียดอย่างเป็นทางการโดยเร็วที่สุด


ด้านนายอนันต์ ผู้ว่าการ รฟท. ชี้แจงถึงข้อกังวลเรื่องการหยุดวิ่งว่า ยืนยันว่าหลังจากวันที่ 30 ก.ย.นี้ ประชาชนจะยังคงใช้บริการได้ตามปกติ โดยมีข้อตกลงเดิมที่เอกชนพร้อมเดินรถต่อเนื่องไปจนถึงวันที่ 31 ม.ค. 2570 ซึ่งระหว่างนี้ รฟท. จะเตรียมขั้นตอนการถ่ายโอนภารกิจให้เรียบร้อย ส่วนประเด็นกระแสข่าวค่าใช้จ่ายเดือนละ 60 ล้านบาทนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นคนละกรณีกัน ตัวเลข 60 ล้านบาทต่อเดือนเป็นแผนแนวทางการจ้างวิ่งระยะยาว 1 ปี ไม่ใช่การบริหารจัดการในช่วงเฉพาะหน้า 4 เดือนนี้ โดยข้อสรุปทั้งหมดจะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการกำกับสัญญาภายในเดือนนี้ ก่อนนำเรียนเสนอนายกรัฐมนตรีรับทราบต่อไป


ขณะที่ปมร้อนของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน หลังเอกชนส่งหนังสือขอยกเลิกสัญญานั้น ประธานบอร์ด รฟท. ระบุว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายอย่างชัดเจนว่า ทุกขั้นตอนต้องยึดตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด ภาครัฐและ รฟท. ต้องไม่เสียเปรียบหรือเสียประโยชน์เด็ดขาด


นอกจากนี้ ปัญหาดังกล่าวยังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเร่งสางให้จบ เนื่องจากโครงสร้างสัญญามีพื้นที่ทับซ้อนกับโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (สัญญา 4-1 ช่วงบางซื่อ-ดอนเมือง) และโครงการส่วนต่อขยาย Missing Link (พญาไท-บางซื่อ) หากปล่อยให้ยืดเยื้อคาราคาซัง จะฉุดให้โครงการระบบรางขนาดใหญ่โครงการอื่นต้องพลอยสะดุดตามไปด้วย ซึ่ง รฟท. และกระทรวงคมนาคมกำลังเร่งหาข้อยุติเพื่อให้กระทบภาพรวมเศรษฐกิจและการเดินทางของประชาชนน้อยที่สุด