“สุรศักดิ์” ยก “วัดพุทไธศวรรย์” เป็นวัดสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีพระนอนไสยาสน์ศักดิ์สิทธิ์-พระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์ มั่นใจยังเป็นที่ศรัทธา เชื่อคนแยกออกเป็นเรื่องของบุคคล ปม “สมีโชติ”
เมื่อเวลา 10.55 น. วันที่ 11 กันยายน 2569 นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และแกนนำ จ.พระนครศรีอยุธยา พรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกรณีอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ จ.พระนครศรีอยุธยา เสพเมถุนและถูกตำรวจกองบังคับการปราบปรามจับกุมข้อหายักยอกเงิน ว่า อดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์หลายๆ รูปก่อนหน้านี้เป็นที่ศรัทธา อย่างเช่น พระครูภัทรกิจโสภณ หรือ หลวงปู่หวล เป็นที่ศรัทธาของชาวพระนครศรีอยุธยา อีกทั้งวัดนี้ยังมีประวัติศาสตร์ มีพระบรมราชานุสาวรีย์พระมหากษัตริย์หลายพระองค์ของกรุงศรีอยุธยา มีพระนอนไสยาสน์ที่ศักดิ์สิทธิ์ และมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยเฉพาะพระปรางค์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา
นายสุรศักดิ์ ระบุต่อ ตนคิดว่าเรื่องของความศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในวัด เชื่อว่านักท่องเที่ยวและชาวพระนครศรีอยุธยายังคงศรัทธา แต่เรื่องของตัวบุคคลที่มีเรื่อง เชื่อว่าคนแยกออกว่าเป็นเรื่องของบุคคล ไม่ว่าจะนำพระพุทธศาสนาไปทำในเรื่องไม่ดีอย่างไร แต่ศาสนาไม่เคยสอนให้ทำเช่นนี้ ย้ำว่าวัดพุทไธศวรรย์ยังเป็นวัดที่สำคัญ แต่วันนี้ตนคิดว่าคนยังคงมานมัสการพระนอนไสยาสน์ศักดิ์สิทธิ์และมาท่องเที่ยว
ผู้สื่อข่าวถามว่าจะไม่กลายเป็นวิกฤติศรัทธาจนทำให้ภาคการท่องเที่ยวโบราณสถานใน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับผลกระทบใช่หรือไม่ นายสุรศักดิ์ ตอบว่า ข่าววงการพระไม่ใช่เพิ่งมีครั้งแรก มีมาอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์ ส่วนใหญ่ไม่ได้มากราบคนที่มีปัญหา มีเพียงกลุ่มหนึ่งที่เชื่อและศรัทธาในของขลัง แต่ส่วนมากคนที่มาวัดพุทไธศวรรย์ มาไหว้พระนอนไสยาสน์ในวิหาร และคนที่ทำผิดไม่ได้เกี่ยวกับหลวงพ่อพระประธาน เชื่อว่าอย่างไรคนยังมาเที่ยว จ.พระนครศรีอยุธยา และไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัดอยู่ดี.