“เอกนิติ” รับฟังเสียงสะท้อนพ่อค้าแม่ค้า จ่อขยายเวลาไทยช่วยไทย Plus ออกไปอีก 1-2 เดือน เตรียมเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” แก้หนี้นอกระบบ ชูจุดเด่นวงเงินสูงสุดถึง 3 ล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำ ไร้ค่าธรรมเนียม ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน


วันที่ 10 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังแถลงข่าวเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” พร้อมเดินสำรวจร้านค้านกกระซิบ ว่า จากการลงพื้นที่ตลาดเพื่อรับฟังความคิดเห็น มีเสียงสะท้อนจากพ่อค้าแม่ค้าส่วนใหญ่ที่ต้องการให้รัฐบาลขยายระยะเวลาโครงการ “ไทยช่วยไทย Plus” ออกไปอีกประมาณ 1-2 เดือน ซึ่งตนได้รับเรื่องนี้ไปพิจารณาอย่างเร่งด่วน โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังมีเม็ดเงินเหลือเพียงพอที่จะดำเนินการต่อได้

ปัจจัยสำคัญที่จะนำมาพิจารณาในการขยายระยะเวลาโครงการคือ เรื่องของวิกฤตพลังงานและราคาน้ำมันในตลาดโลกที่พุ่งสูงขึ้น เพื่อเป็นการช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับการขยายระยะเวลาโครงการ รวมถึงการพิจารณาปรับเปลี่ยนสัดส่วนการร่วมจ่ายภายใน 2-3 สัปดาห์นี้ ทั้งนี้ โครงการไทยช่วยไทย Plus ในปัจจุบันมีผู้ใช้งานรวมประมาณ 40 ล้านคน แบ่งเป็นผู้ใช้ทั่วไป 26 ล้านคน และกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 13 ล้านคน มีร้านค้ารายย่อยเข้าร่วมกว่า 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วกว่า 1.5 แสนล้านบาท โดยเม็ดเงินกระจายอยู่ในกรุงเทพฯ ประมาณ 16-17% และส่วนที่เหลือกำลังกระจายไปสู่ภูมิภาคทั่วประเทศ


สำหรับการเปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ในวันนี้ เป็นการต่อยอด (Plus) จากโครงการไทยช่วยไทย Plus เพื่อยกระดับความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อย โดย “นกกระซิบ” เป็นระบบ AI ผู้ช่วยอัจฉริยะที่ให้บริการฟรีบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งจะทำหน้าที่ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการขาย แจ้งว่าวันไหนยอดขายดี และช่วยวิเคราะห์ต้นทุนวัตถุดิบต่างๆ เพื่อให้ร้านค้าสามารถวางแผนซื้อของได้ถูกลงและมีกำไรเพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ถึงแม้โครงการไทยช่วยไทย Plus จะสิ้นสุดลง ฟังก์ชันนกกระซิบก็จะยังคงใช้งานต่อได้ตราบใดที่ร้านค้ายังคงใช้งานแอปพลิเคชันถุงเงินอยู่


นายเอกนิติ กล่าวเน้นย้ำว่า เป้าหมายสำคัญอีกประการของฟังก์ชันนกกระซิบ คือการแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของพ่อค้าแม่ค้ารายย่อย ซึ่งในอดีตมักต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ โดย AI นกกระซิบจะช่วยสรุปยอดเงินเข้าบัญชีเพื่อใช้เป็นหลักฐานส่งให้ธนาคารพิจารณาสินเชื่อได้ทันทีบนโทรศัพท์มือถือ โดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ต้องใช้เอกสารวุ่นวาย และไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาธนาคาร


“เราต้องการให้โครงการไทยช่วยไทย Plus ช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าคนไทยตัวเล็กๆ รายย่อยต่างๆ เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้อยากได้สินเชื่อไม่ต้องไปดูป้ายเงินด่วนตามเสาไฟฟ้าแล้ว สามารถกดขอสินเชื่อผ่านปุ่มในแอปพลิเคชันได้เลย ขอความร่วมมือให้ช่วยกันแนะนำร้านค้าให้เข้ามาใช้งาน AI นกกระซิบ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าขายของได้เก่งขึ้น รวยขึ้น และมีโอกาสขยายกิจการให้เติบโตต่อไป”


ด้าน นายผยง ศรีวณิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวถึงสินเชื่อนกกระซิบเพื่อร้านค้าถุงเงิน ว่า ธนาคารได้จัดทำสินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการ ทั้งธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก การบริการ และร้านค้าออนไลน์ ประกอบด้วย 2 โครงการ ซึ่งไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ ได้แก่ สินเชื่อ SME ไซส์เล็ก สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก และสินเชื่อสิบหมื่น เพื่อเป็นเงินก้อนสำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงิน วงเงินสินเชื่อสูงสุด 500,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ยเริ่มต้นที่ร้อยละ 11 ต่อปี และผ่อนเริ่มต้นที่ 500 บาทต่อเดือน

ขณะที่ นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารได้จัดทำสินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่ใช้บริการแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยนำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร อนุมัติวงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ยคงที่ 0.75% ต่อเดือน โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ

ทางด้าน นายสิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า บสย. ได้ร่วมสนับสนุนกลุ่มพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกันให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ผ่าน 2 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และโครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส โดยมีวงเงินค้ำประกันต่อรายเริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการค้ำประกันเริ่มต้นที่ร้อยละ 1 ต่อปี พร้อมทั้งยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกันและค่าธรรมเนียมการออกหนังสือค้ำประกัน เพื่อช่วยลดต้นทุนในการเข้าถึงสินเชื่อ


นอกจากนี้ นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวเสริมว่า ยังมี ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) ที่เข้าร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการ “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการของผู้ประกอบการในแต่ละกลุ่มอย่างครอบคลุมอีกด้วย