สส. พรรคประชาชน ตบเท้า เตรียมยื่นร่าง พ.ร.บ. คุมเข้มความปลอดภัยในสถานศึกษา-ครอบครัว ห่วงเป็นพฤติกรรมเลียนแบบ หลังความถี่การก่อเหตุมีมากขึ้น จี้ล้างระบบครอบครองอาวุธปืน
วันที่ 9 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา สส. พรรคประชาชน นำโดย น.ส.ณัฐยา บุญภักดี สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายธีรศักดิ์ จิระตราชู, นางสาว ภัสริน รามวงศ์ สส.กทม. เขตบางซื่อ-ดุสิต และ นฤมาศ เปี่ยมบรรเจิด สส.ชลบุรี เขต 6 แถลง แสดงความเสียใจ จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี
นายธีรศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาความรุนแรงในสถานศึกษาทั้งทางวาจาและเหตุอาชญากรรมเกิดขึ้นซ้ำซากในสังคมไทย แม้กระทรวงศึกษาธิการจะพยายามออกมาตรการเผชิญเหตุ แต่อาจเกินกำลังหากปล่อยให้โรงเรียนรับผิดชอบเพียงลำพัง เรื่องนี้จำเป็นต้องอาศัยเจตจำนงและการบูรณาการร่วมกันจากหลายหน่วยงาน ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงมหาดไทย โดยพรรคประชาชนได้จัดทำร่างกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในโรงเรียน ซึ่งเป็นกรอบกว้างๆ เพื่อบังคับใช้ทั่วประเทศ โดยระมัดระวังไม่ให้เป็นร่างกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน เพื่อให้สามารถผลักดันออกมาใช้งานได้ทันท่วงที
ด้าน น.ส. ภัสริน กล่าวว่า พรรคประชาชนได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว เข้าสู่สภาแล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับรอง ร่างกฎหมายฉบับนี้ และหากดูสถิติความรุนแรงในชีวิตคู่และครอบครัวที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยชู 5 หัวใจสำคัญ คือ การยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง แทนการมุ่งเน้นแค่การไกล่เกลี่ย // การบรรจุหลักการ Battered Person Syndrome หรือกลุ่มอาการผู้ถูกทำร้ายเรื้อรัง เปิดทางให้อัยการสั่งไม่ฟ้องกรณีจำยอมต้องป้องกันตัว //การตั้งกองทุนคุ้มครองเหยื่อความรุนแรง และเพิ่มอำนาจเจ้าหน้าที่ในการออกคำสั่งคุ้มครองฉุกเฉินทันที
นางสาวนฤมาศ ยังย้ำถึงชนวนเหตุจาก “อาวุธปืน” โดยเฉพาะผู้ก่อเหตุที่เป็นเจ้าหน้าที่ซึ่งมีอำนาจพกพาปืนตามหน้าที่ จึงขอเสนอให้มีการปฏิรูประบบประเมินสุขภาพจิตและความพร้อมอย่างเป็นมาตรฐาน รวมถึงกำกับดูแลการเข้าถึงและจัดเก็บอาวุธอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้นำอาวุธปืนตามหน้าที่มาใช้ตัดสินความขัดแย้งส่วนตัว พรรคประชาชนย้ำว่า สิทธิในการครอบครองหรือพกพาอาวุธปืน ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและการประเมินความเสี่ยงที่เข้มงวด เพื่อไม่ให้เกิดเหตุสูญเสียซ้ำรอยขึ้นในสังคมไทยอีก
ขณะที่ นางสาวนฤมาศ ยังชี้ให้เห็นถึงชนวนเหตุสำคัญคือการใช้อาวุธปืน โดยผู้ก่อเหตุเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและพกพาอาวุธ จึงขอเรียกร้องให้มีการทบทวนมาตรการประเมินสุขภาพจิตและความพร้อมก่อนการอนุญาตให้พกพาอาวุธปืนอย่างเป็นระบบ โดยต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน โปร่งใส ตรวจสอบได้ สำหรับเจ้าหน้าที่ที่ได้รับอนุญาตพกอาวุธปืนตามหน้าที่ ต้องมีระบบกำกับดูแลการเข้าถึงและจัดเก็บอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันไม่ให้อาวุธปืนถูกนำมาใช้แก้ปัญหาความขัดแย้งส่วนบุคคล และย้ำว่าสิทธิในการครอบครองปืนต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของสังคม