“พงษ์สรณัฐ” สส.พรรคประชาชน แถลงยื่นญัตติทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ประธาน-รองประธานสภาฯ ชี้ ใช้ดุลพินิจควบคุมประชุมกระทบสิทธิ สส. “ภัณฑิล” ลั่น ไม่ได้ขอกินข้าวฟรี แต่ควรจัดระบบรองรับประชุมดึก
วันที่ 8 กันยายน 2569 นายพงษ์สรณัฐ ทองลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วยทีม สส. พรรคประชาชน แถลงข่าวกรณียื่นญัตติทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ของประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทั้งในเรื่องการกำกับการประชุมและการบริหารกิจการของสภาฯ หลังพบปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของ สส. ในสมัยที่ 27 อย่างต่อเนื่อง
“ตั้งแต่เปิดสภาฯ มามีปัญหาเรื่อยมา ซึ่งแตกต่างจากสมัยที่แล้ว สมัยที่แล้วการประชุมสภาทุกๆ ครั้ง จะมีการอภิปราย หรือเปิดให้ สส. ได้อภิปรายอย่างเต็มที่ และก็เอาข้อเท็จจริง ปัญหาพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาพูดได้อย่างทั้งหมด รวมถึงข้อมูลต่างๆ”
นายพงษ์สรณัฐ ระบุต่อไปว่า ปัจจุบันการควบคุมการประชุมและการใช้ดุลพินิจที่เกิดขึ้นในสภาฯ กลายเป็นข้อจำกัด และกระทบต่อสิทธิของ สส. ในการอภิปราย โดยเฉพาะการใช้ดุลพินิจของประธานสภาและรองประธานสภาในการควบคุมการประชุม แต่วันนี้ การควบคุมการประชุมที่เกิดขึ้น การใช้ดุลพินิจที่เกิดขึ้นในสภาฯ เป็นข้อจำกัด กระทบต่อสิทธิของ สส. ในการที่จะอภิปราย ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเฉพาะเรื่องการควบคุมการประชุม แต่ยังรวมถึงผลกระทบจากการบริหารกิจการของสภาฯ ด้วย
“พวกเราได้รับปัญหามากมาย ซึ่งเกิดจากการควบคุมการประชุมของท่านประธาน รวมถึงท่านรองประธาน และมีผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการบริหารกิจการของสภาฯด้วยเช่นกัน วันนี้เราจึงเข้ามาเสนอญัตติต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้นำปัญหามาพิจารณาว่าจะมีข้อเสนอแนะแนวทางอย่างไร เพื่อให้ประธานและรองประธานได้นำไปพิจารณาแก้ไข กำกับดูแลในการควบคุมการประชุมสภาฯ รวมถึงการบริหารจัดการ”
ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่สำคัญในการตรากฎหมาย พิจารณางบประมาณ และควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน สมาชิกจึงต้องสามารถอภิปราย เสนอข้อเท็จจริง และสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนได้อย่างเต็มที่ ภายใต้รัฐธรรมนูญและข้อบังคับการประชุม ที่ผ่านมาพบปัญหาจากการควบคุมการประชุมและการใช้ดุลพินิจที่กระทบต่อการทำหน้าที่ของสมาชิก ทั้งการจำกัดหรือตัดทอนการอภิปราย การนำเสนอข้อมูล ตลอดจนการบริหารเวลาและระเบียบวาระ จนเกิดข้อเคลือบแคลงต่อความเป็นกลาง และทำให้สมาชิกไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่
ประเด็นเหล่านี้ไม่ควรจบเพียงการพูดหรือบ่นกันระหว่างสมาชิก แต่ควรถูกนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ อย่างเป็นทางการ เพื่อให้มีการพิจารณาปัญหาและเสนอแนะแนวทางให้ประธานและรองประธานสภานำไปปรับปรุงการกำกับดูแลการประชุมและการบริหารจัดการของสภาฯ รัฐธรรมนูญมาตรา 119 กำหนดให้ประธานสภาฯ มีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการของสภาฯ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ และต้องวางตนเป็นกลางในการปฏิบัติหน้าที่ โดยการทำหน้าที่ของประธานสภาฯ ยังเกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการและการบริหารงานของสภาฯ เพื่อสนับสนุนให้สมาชิกสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ทางด้าน นายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ยังสะท้อนปัญหาจากการตรวจและปิดบังสไลด์ประกอบการอภิปราย ซึ่งบางครั้งทำให้การอภิปรายสะดุด รวมถึงปัญหาการบริหารกิจการภายในสภาฯ ที่ส่งผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและเจ้าหน้าที่ พร้อมสะท้อนปัญหาการบริหารกิจการภายในสภาฯ ตั้งแต่การตรวจและปิดบังสไลด์ประกอบการอภิปราย ไปจนถึงระบบสนับสนุนการประชุมในช่วงกลางคืน ซึ่งบางครั้งสมาชิกและเจ้าหน้าที่ต้องประชุมต่อเนื่องถึง 21.00-22.00 น. ขณะที่ร้านค้าในอาคารปิดแล้ว โดยยืนยันด้วยว่าไม่ได้เรียกร้องอาหารฟรีและพร้อมชำระค่าอาหารด้วยตัวเอง
“ผมยอมเสียตังค์ 300-500 และไม่ได้ขอกินฟรี แต่เห็นว่าประธานสภาฯ ในฐานะผู้มีหน้าที่ดำเนินกิจการของสภาฯ ควรจัดระบบให้เหมาะสม เพื่อให้การประชุมสามารถเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด ประเด็นนี้จึงไม่ใช่เรื่องข้าวของ สส. แต่เป็นคำถามว่าเมื่อสภาฯ ต้องทำงานจนดึก ระบบบริหารของสภาฯ พร้อมสนับสนุนให้คนในสภาฯ ทำงานได้เต็มที่หรือยัง ประธานสภาฯ จึงมิได้มีหน้าที่เพียงทำให้การประชุมดำเนินต่อไป แต่ต้องทำให้สภาผู้แทนราษฎรสามารถทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ”
นายภัณฑิล กล่าวต่อไปว่า หากการประชุมและการบริหารกิจการของสภาฯ มีปัญหา ย่อมกระทบต่อการตรวจสอบรัฐบาล การพิจารณากฎหมาย และการนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่สภาฯ ปัจจุบันการประชุมสภาฯ มีเพียงสัปดาห์ละ 2 วัน จึงควรใช้เวลาที่มีอยู่อย่างเต็มที่ เพื่อให้สมาชิกสามารถอภิปรายและนำเสนอปัญหาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ และเพื่อให้การประชุมสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างเหมาะสม
ขณะที่ นายพงษ์สรณัฐ ทิ้งท้ายว่า ญัตติที่ยื่นมีเป้าหมายเพื่อให้สภาฯ ได้พิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง และหาข้อเสนอแนะร่วมกัน เพื่อให้การทำหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาฯ การควบคุมการประชุม และการบริหารกิจการของสภาฯ สามารถสนับสนุนการทำงานของสมาชิกได้อย่างเต็มที่ เพราะท้ายที่สุด สภาผู้แทนราษฎรต้องเป็นพื้นที่ที่ตัวแทนซึ่งประชาชนเลือกเข้ามา สามารถทำงานและสะท้อนเสียงของประชาชนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ.