“นันทนา” แจงงบคมนาคมปี 2570 จัดลำดับใช้จ่าย ชะลออาคารใหม่ 3,552 ล้าน ตั้งงบทางหลวงตามเบิกจริง ยืนยันประมูลตามเกณฑ์ ไม่เอื้อผู้รับเหมาชั้นพิเศษ
เมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 8 ก.ย.2569 นางนันทนา สงฆ์ประชา สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ และประธานอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ชี้แจงงบกระทรวงคมนาคมปี 2570 ตอบข้อการอภิปรายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นรายประเด็น โดยยืนยันการพิจารณางบประมาณโดยยึดความพร้อมจริง ความคุ้มค่า และกฎระเบียบ ไม่ใช่เดินหน้าโครงการใหญ่โดยไม่ดูภาระงบประมาณ
ประเด็นแรก นางนันทนา ชี้แจงโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ วงเงินผูกพันปี 2569-2571 จำนวน 3,552 ล้านบาทเศษ ว่า ปี 2569 ได้รับงบก่อสร้างและควบคุมงาน 530.28 ล้านบาท แต่ปี 2570 รัฐบาลมีนโยบายให้ส่วนราชการชะลอการก่อสร้างอาคารรัฐที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วน ดังนั้น สำนักงานปลัดกระทรวงคมนาคมจึงเห็นควรชะลอโครงการดังกล่าวไว้ก่อน ไม่ก่อสร้างต่อในปี 2570 และใช้วิธีเช่าพื้นที่อาคารท่องเที่ยวเดิมแทน โดยตั้งค่าเช่าสำนักงาน 6 ล้านบาท และค่าปรับปรุงอาคารเช่า 20 ล้านบาท ถือเป็นการลดภาระลงทุนก้อนใหญ่ในช่วงที่ต้องจัดลำดับความสำคัญการใช้จ่ายภาครัฐ
นางนันทนา กล่าวว่า ในส่วนข้อท้วงติงกรณีกรมทางหลวงตั้งงบปีแรกของโครงการก่อหนี้ผูกพันข้ามปีต่ำกว่า 15% โครงการก่อสร้างของกรมทางหลวงที่มีวงเงินตั้งแต่ 1,000 ล้านบาทขึ้นไป มีระยะเวลาดำเนินการ 1,080 วัน หรือ 36 เดือน และยังต้องผ่านขั้นตอนจัดซื้อจัดจ้างอย่างรอบคอบ ซึ่งจากข้อมูลของกรมทางหลวงพบว่า โครงการขนาดใหญ่ในปีแรกมีการเบิกจ่ายจริงเฉลี่ยเพียง 4.44% การตั้งงบปีแรกไว้ 10% ของวงเงินโครงการจึงเพียงพอต่อการใช้จ่ายจริง ไม่จำเป็นต้องกันเงินไว้สูงเกินความพร้อม จนต้องเบิกเหลื่อมปี หรือทำให้โครงการอื่นเสียโอกาสลงทุน
นางนันทนา ชี้แจงเพิ่มเติมว่า เมื่อ พ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ประกาศใช้แล้ว สำนักงบประมาณจะรวบรวมรายการงบประมาณที่ต้องก่อหนี้ผูกพัน และวงเงินที่จะผูกพันในปีต่อ ๆ ไป เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาภายใน 10 วัน ตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ.2561 รวมถึงรายการที่ต้องขอยกเว้นเกณฑ์ตามมติ ครม. วันที่ 11 มีนาคม 2569
สำหรับงบกระทรวงคมนาคมที่อนุกรรมาธิการสิ่งก่อสร้างปรับลด 492 ล้านบาทเศษ นางนันทนา กล่าวว่า ไม่ใช่การตัดลดแบบเหมารวม แต่พิจารณาจากความพร้อมของแบบรายการ ประมาณราคา พื้นที่ดำเนินงาน และผลการดำเนินงานที่ล่าช้ากว่ากำหนดจนคาดว่าเบิกจ่ายไม่ทันปีงบประมาณ
นางนันทนา กล่าวว่า ใน พ.ร.บ.โอนปี 2569 มีการโอนงบไปแล้ว 2,779 ล้านบาทเศษ ขณะที่งบประมาณของกระทรวงคมนาคมปี 2570 ลดลงจากปี 2569 ถึง 23,961 ล้านบาทเศษ หรือ 9.43% จึงต้องปรับลดให้เหมาะสมกับภาพรวมและศักยภาพการดำเนินงานจริง
ส่วนกรณีสมาชิก สส. ได้ตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสรรงบประมาณอาจเอื้อต่อผู้รับจ้างชั้นพิเศษ นางนันทนา กล่าวว่า สำนักงบประมาณพิจารณาจากความพร้อมด้านสถานที่ พิกัดก่อสร้าง แบบมาตรฐาน บัญชีราคามาตรฐานสิ่งก่อสร้าง และประมาณราคา ปร.4 ปร.5 ที่เป็นปัจจุบัน ส่วนการประมูลโครงการก่อสร้างของกระทรวงคมนาคมเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมบัญชีกลางกำหนด ทั้งเรื่องขนาดโครงการ มูลค่าโครงการ และชั้นของผู้รับเหมาที่มีสิทธิ์รับงาน ไม่ใช่การกำหนดเงื่อนไขขึ้นเองเพื่อเอื้อรายใดรายหนึ่ง
นางนันทนา กล่าวถึงกรณีที่มีการแสดงข้อกังวลว่าการตั้งงบผูกพันปีแรกต่ำกว่า 15% จะกลายเป็นภาระงบประมาณในปีต่อไปหรือไม่ การตั้งรายการผูกพันใหม่ปี 2570 ได้คำนึงถึงภาระในอนาคตไว้แล้ว และอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังของรัฐ โดยตามประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 กำหนดให้รายการผูกพันใหม่ต้องไม่เกิน 10% ของวงเงินงบประมาณรายจ่าย โดยปีงบประมาณ 2570 มีวงเงินภาระผูกพันรายการใหม่รวม 8.01% ของวงเงินงบประมาณ จึงยังอยู่ในเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
นางนันทนา กล่าวถึงงบประมาณ 11 ล้านบาทเศษสำหรับโครงการแลนด์บริดจ์ ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เป็นปีสุดท้ายของสัญญาจ้างศึกษาระหว่างปี 2567-2570 ซึ่งต้องจ่ายตามวงเงินสัญญาเดิม
อย่างไรก็ตาม ภายหลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่าผลการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มีความเป็นไปได้ทางธุรกิจต่ำ อาจก่อให้เกิดภาระงบประมาณ และมีความเสี่ยงด้านผลกระทบสูง รวมทั้งยังมีความเห็นต่างในสังคม สนข. จะตรวจสอบเนื้องานตามขอบเขตสัญญาต่อไป โดย สนข. จะจำแนกงานที่ดำเนินการแล้วเสร็จ งานที่อยู่ระหว่างดำเนินการ และงานที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ก่อนพิจารณาแก้ไขปรับปรุงสัญญาจ้าง และปรับลดวงเงินตามขั้นตอนของระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
นางนันทนา กล่าวว่า สำหรับกรณีครุภัณฑ์กรมเจ้าท่า เช่น เจ็ตสกี เรือท้องแบน และยานพาหนะเคลื่อนที่เร็วบนผิวน้ำ ไม่สามารถเทียบกับราคาสินค้าพาณิชย์ทั่วไปได้ เพราะครุภัณฑ์ราชการต้องมีคุณสมบัติและอุปกรณ์เพิ่มเติมตามภารกิจ รายการดังกล่าวรวมถึงรถเทรลเลอร์สำหรับลากจูง ขนาดรองรับผู้ปฏิบัติงานไม่น้อยกว่า 3 คน ระบบทรงตัวที่มีเสถียรภาพ จอแสดงผล 6 รายการ ไฟฉุกเฉิน เสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย และการฝึกอบรมการใช้และบำรุงรักษาทั้งภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ โดยอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ได้ปรับลดวงเงินลงแล้วตามความเหมาะสม