“สุรเชษฐ์” อัดกรมทางหลวงปั้นโครงการประเคนวีไอพี โวยอนุกมธ.ที่ดินและการก่อสร้างไม่กล้าปรับลดงบโครงการใหญ่ ด้าน“มาร์ค”ข้องใจทิ้งเชื้องบแลนด์บริดจ์
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 8 ก.ย.2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเข้าสู่การพิจารณามาตรา 15 กระทรวงคมนาคม วงเงิน 166,014 ล้านบาท โดย สส.ฝ่ายค้านอภิปรายถล่มการจัดสรรงบประมาณที่เน้นเรื่องการก่อสร้างและซ่อมถนนเป็นหลัก มีการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ผู้รับเหมา โดยที่ กมธ.ไม่กล้าตัดลดงบประมาณ โดยนายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กมธ.เสียงข้างน้อย อภิปรายว่า ขอปรับลดงบประมาณกระทรวงคมนาคม 3% เพราะตั้งงบแบบหาทำไปเรื่อย มุ่งไปที่งบซ่อมและสร้างถนน โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่มีลักษณะมือใครยาวสาวได้สาวเอา ตั้งโครงการขนาดกลาง มูลค่า 600-2,000 ล้านบาท สำหรับผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่เป็นขุมทองหลักของนักการเมืองและข้าราชการในการเรียกค่าต๋ง จงใจปั้นโครงการให้ผู้รับเหมาชั้นพิเศษให้มีมากเพียงพอต่อการแบ่งกัน โครงการผู้รับเหมาชั้นพิเศษมีเพิ่มขึ้นจากปี 2569 ที่มี 69 โครงการ ปีนี้มี 70 โครงการ แต่อนุกมธ.ที่ดินและการก่อสร้างไม่กล้าปรับลดงบโครงการใหญ่ จากวงเงินเข้าไป 2.65 แสนล้านบาท ตัดได้แค่ 312 ล้านบาท โดยโครงการชั้นพิเศษอยู่ครบหมด ไม่ถูกตัด โครงการของกรมทางหลวงที่ได้รับงบลงทุนแสนล้านถูกปล่อยผ่านอย่างรวดเร็ว มีแต่คนป้อง คนเชียร์ และยังต้องจับตาการเตรียมขออนุมัติ ครม.เบี้ยวเกณฑ์โครงการก่อสร้างของรัฐที่ต้องตั้งงบในปีแรกไม่ต่ำกว่า 15% ของมูลค่าโครงการทั้งหมด เหลือเกณฑ์แค่ 10% ให้มีพื้นที่งบประมาณเหลือเพียงพอต่อการยัดโครงการเพิ่ม และแบ่งฮั้ว เพราะนี่คือระบอบสีน้ำเงิน อะไรที่ผิดก็ทำให้ถูกได้
“มาร์ค”ข้องใจทิ้งเชื้องบแลนด์บริดจ์
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ข้องใจการทำงานกระทรวงคมนาคมที่ประกาศนโยบายและโครงการต่างๆตลอดเวลา โดยไม่สอดคล้องการจัดสรรงบประมาณ ไม่ทราบว่า กมธ.ได้ตรวจสอบหรือไม่ ยกตัวอย่างโครงการแลนด์บริดจ์ แม้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการฯที่มีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง จะชะลอโครงการไว้ก่อน ภายหลังมีเสียงทักท้วงมากมาย แต่ยังปรากฏงบศึกษาแลนด์บริดจ์อยู่ในงบประมาณ แม้เป็นจำนวนไม่มาก แต่สงสัยว่า ทิ้งค้างไว้เพราะอะไร ไม่รู้ กมธ.ตัดไม่ทัน หรือต้องการทิ้งเป็นเชื้อไว้ เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ขณะเดียวกันโครงการต่างๆที่รัฐมนตรีไปโฆษณาตามพื้นที่ต่างๆ มักพาดพิงพรรคการเมืองในพื้นที่ที่เคยมี สส.ให้เสียหาย ทั้งที่สิ่งที่รัฐบาลดำเนินการเป็นการสานต่อสิ่งที่รัฐบาลก่อนๆอนุมัติไว้ สิ่งที่รัฐบาลไปประกาศโครงการพื้นที่ต่างๆ แต่กลับไม่มีงบประมาณ มุ่งแต่การสร้างถนน ใช้วิธีอนุมัติโครงการเป็นเชื้อไว้ และสร้างงบผูกพันเป็นภาระมหาศาลในปีต่อๆไป ดูเหมือนเป็นการอนุมัติโครงการเพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนหรือผู้รับเหมาบางกลุ่มเท่านั้น เรื่องคมนาคม และโลจิสติกส์ เป็นหัวใจของขีดความสามารถการแข่งขัน อยากให้รัฐบาลมีแผนชัดเจน จัดสรรงบประมาณให้สอดคล้องกับแผนนั้นๆ ไม่ใช่จัดเงินเพื่อเอื้อกลุ่มทุน และโฆษณาหาเสียงโครงการโลจิสติกส์ไปวันๆ มองว่าการซื้อเสียงแย่แล้ว แต่ยังมีปรากฏการณ์กรรโชกเสียงอีก ในเรื่องการไปพูดถึงว่า ต้องเลือก สส.ทั้งจังหวัด จึงจะได้โครงการนั้น โครงการนี้