“จุลพันธ์” เผย ครม. มีมติเห็นชอบ MOU นำเข้า “แรงงานศรีลังกาถูกกฎหมาย” ป้อนเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม ชี้ ช่วยภาครัฐสามารถกำกับดูแลการนำเข้าแรงงานได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง
วันที่ 8 กันยายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือด้านแรงงาน (MOU) และบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ด้านการจ้างแรงงานชาวศรีลังกาในประเทศไทย (Agreement) ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ และอนุมัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเป็นผู้ลงนามในเอกสารทั้ง 2 ฉบับ โดยไม่ต้องแลกเปลี่ยนหนังสือมอบอำนาจเต็ม (Full Powers)
นายจุลพันธ์ กล่าวว่า การจัดทำความตกลงดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศ โดยกำหนดให้ศรีลังกาเป็นประเทศนำร่อง เพื่อเพิ่มทางเลือกในการจัดหาแรงงานทดแทน ภายหลังสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้แรงงานกัมพูชาจำนวนหนึ่งเดินทางกลับประเทศ ทั้งนี้ การนำเข้าแรงงานจะต้องดำเนินการอย่างเป็นระบบ ถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นไปตามความต้องการจ้างงานที่แท้จริง
สำหรับสาระสำคัญของ MOU และ Agreement ฉบับนี้ จะครอบคลุมกระบวนการสรรหาและจัดส่งแรงงาน การตรวจสุขภาพและประวัติอาชญากรรม การทำสัญญาจ้างก่อนเดินทาง การตรวจลงตราและขอใบอนุญาตทำงาน ตลอดจนการประกันสุขภาพ การปฐมนิเทศ และการเดินทางกลับประเทศ โดยสัญญาจ้างมีระยะเวลา 2 ปี และสามารถต่ออายุได้อีก 2 ปี ก่อนเดินทางกลับประเทศต้นทาง ทั้งยังรับรองให้แรงงานได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรมและได้รับสิทธิประโยชน์ตามสัญญาจ้างและกฎหมายไทยโดยไม่เลือกปฏิบัติ
ทั้งนี้ เอกสารทั้ง 2 ฉบับ มีกำหนดใช้บังคับเป็นเวลา 5 ปี และต่ออายุโดยอัตโนมัติคราวละ 5 ปี โดยไทยและศรีลังกาจะร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านตลาดแรงงาน พัฒนาฝีมือแรงงาน ป้องกันการจ้างงานผิดกฎหมายและการค้ามนุษย์ รวมถึงติดตามและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อให้การจ้างแรงงานระหว่างสองประเทศเป็นไปอย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และคุ้มครองสิทธิแรงงานอย่างเหมาะสม
“ความตกลงฉบับนี้จะช่วยให้ภาครัฐสามารถกำกับดูแลการนำเข้าแรงงานได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ลดความเสี่ยงจากการจัดหางานผิดกฎหมาย การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายเกินสมควร การลักลอบเข้าเมือง และการค้ามนุษย์ ขณะเดียวกัน นายจ้างจะมีช่องทางจัดหาแรงงานที่ชัดเจน ส่วนแรงงานจะได้รับการคุ้มครองทั้งด้านค่าจ้าง สวัสดิการ สุขภาพ และสภาพการทำงานตามกฎหมาย”