ก.มหาดไทย ชี้แจงเพิ่มเติมกรณีเนรเทศ “เควิน ดิมิโน” ชายสัญชาติฝรั่งเศส เหตุมีพฤติกรรมถ่มถุย คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ใช้โซเชียลเหยียดหยามเชื้อชาติ-ชวนคนชุมนุม สร้างความแตกแยกเรื่องเชื้อชาติ-ศาสนา


วันที่ 8 กันยายน 2569 กระทรวงมหาดไทย ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน (MR.KEVIN DIMINO) ออกไปนอกราชอาณาจักร ว่า ตามที่ปรากฏการณ์รายงานข่าวทางการสื่อสารมวลชน กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส ออกไปนอกราชอาณาจักร กระทรวงมหาดไทยชี้แจงเพิ่มเติมถึงข้อเท็จจริง ว่า นายเควิน ดิมิโน มีพฤติกรรมหรือพฤติการณ์เข้าไปคุกคามด่าทอเจ้าของและครูโรงเรียนสอนภาษาในพื้นที่ ใช้กำลังทำร้ายร่างกายบุคคลสัญชาติตุรกีจนได้รับบาดเจ็บบริเวณขา และได้นำเอามีดพกติดตัวมาข่มขู่ด้วย มีพฤติกรรมถ่มถุย เอะอะโวยวาย และใช้ถ้อยคำหยาบคาย หน้าบริเวณสถานที่ของเอกชนในพื้นที่ ใช้กำลังทำร้ายร่างกายและเอาแผ่นป้ายโยนใส่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ รวมทั้งใช้ถ้อยคำไม่สุภาพต่อครอบครัวของบุคคลดังกล่าวด้วย 

นอกจากนี้ นายเควิน ดิมิโน ยังได้โพสต์ข้อความเชิญชวนให้ผู้คนที่ต่อต้านหรือไม่ชอบชาวต่างชาติประเทศหนึ่งให้มาใช้พื้นที่ส่วนตัวของตนเอง แสดงความคิดเห็น ชุมนุมในเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง ศาสนา ส่อให้เห็นถึงการนำเอาพื้นที่ในประเทศไทยไปเกี่ยวข้องกับการแบ่งแยก เชื้อชาติ ศาสนา และการเมือง ถูกพนักงานต้อนรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวลงจากเครื่องบินโดยสารภายในประเทศเนื่องจากทำการข่มขู่ผู้โดยสารเครื่องบินด้วยกัน

ทางกระทรวงมหาดไทย จึงเห็นได้ว่าพฤติกรรมหรือพฤติการณ์ของ นายเควิน ดิมิโน เป็นการกระทำที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อย ศีลธรรมอันดี ความผาสุกของประชาชน หรืออีกทั้งยังสร้างความแตกแยกในเรื่องเชื้อชาติ ศาสนา อาจทำให้เสื่อมเสียความสัมพันธไมตรีระหว่างประเทศไทยกับต่างประเทศ ดังนั้น เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน และเพื่อสร้างความสงบสุขและความปลอดภัยในสังคมให้แก่ทั้งคนไทยและคนต่างด้าวที่พำนักในประเทศไทย จึงมีเหตุจำเป็นที่ต้องมีการสั่งเนรเทศ นายเควิน ดิมิโน ออกไปนอกราชอาณาจักร

กระทรวงมหาดไทย ขอยืนยันว่าการออกคำสั่งเนรเทศมีมาตรฐานเดียว โดยพิจารณาจากพฤติการณ์ความผิดเป็นหลัก มิได้เจาะจงหรือเลือกปฏิบัติจากสัญชาติ ขอให้ประชาชน สื่อมวลชน ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ เชื่อมั่นว่ากระทรวงมหาดไทยและรัฐบาลไทย จะบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวกับชาวต่างชาติทุกสัญชาติอย่างเท่าเทียมด้วยความเป็นธรรม.