“ณัฐชา” เฉ่งกรมประมง ตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ อุดรธานี 229 ล้าน มุ่งแสดงอภินิหารบ้านเกิด รมต. ขณะ “ศุภณัฐ” ซัดขยันสร้างพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ ละเลงงบ ทั้งที่ ก.เกษตรฯ มีอาคารมากเกินเหตุ
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม เริ่มต้นจากมาตรา 14 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ วงเงิน 53,050 ล้านบาท โดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายว่า กรมประมงได้รับงบ 4,800 ล้านบาท ครึ่งหนึ่งหรือ 2,400 ล้านบาท เป็นงบบุคลากร อีกครึ่งแทนที่จะทำตามภารกิจดูแลเกษตรกร กลับทำสิ่งไม่จำเป็นคือ ตั้งศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 229 ล้านบาท ที่จ.อุดรธานี ตั้งงบผูกพันตั้งแต่ปี 2570 เป็นศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ หรือศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรี ที่ต้องตั้งในบ้านเกิด รมต.เกษตรฯ ทุกสมัย เคยคัดค้านโครงการนี้ชั้นอนุกมธ. แต่ปรับลดงบแค่ 7.5 แสนบาทเท่านั้น อธิบดีกรมประมงชี้แจงความจำเป็นว่า ต้องลงทุนด้านท่องเที่ยว การศึกษาสิ่งแวดล้อม และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงการก่อสร้าง ศูนย์ฯดังกล่าวเป็นโครงการช่วยเหลือใคร เพจอินไซด์อุดรฯ โพสต์ข้อความว่า ดีใจมากๆที่จ.อุดรธานี ได้งบสร้างศูนย์แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ 229 ล้านบาท มีบุคคลปริศนาไปคอมเมนต์ต่อท้ายว่า เพราะนายวัชรพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นคนอุดรฯ เลยได้โครงการนี้ สิ่งที่น่าเจ็บปวดคือ เพจข่าวอุดรฯปี 2568 ยังระบุถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำกุมภวาปีแลนด์มาร์คแห่งใหม่ เชื่อมจุดการเรียนรู้และการท่องเที่ยว วงเงิน 60 ล้านบาท วันนี้คนอุดรฯรู้จักสัตว์น้ำครบทุกสายพันธุ์แล้ว ยกเว้นปลาหมอคางดำ มีแต่ศูนย์แสดงอภินิหารรัฐมนตรีมากกว่าใส่ใจเกษตรกร
นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สส.กทม. พรรคประชาชน อภิปรายว่า ได้ติดตามงบกรมประมงพบว่า สร้างในสิ่งไม่ควรสร้าง โดยเฉพาะสร้างอควอเรียมที่อยู่ในการดูแลของกรมประมง 16 แห่ง และยังไม่มีท่าทีจะหยุดสร้าง ทำให้มีงบประมาณผูกพันการสร้างอควอเรียมจำนวนมาก เช่น จ.อุดรธานี มีงบผูกพันรวม 594 ล้านบาท จ.ระยอง มีงบปรับปรุง 375 ล้าน รวมถึงจังหวัดอื่นๆ เช่น พะเยา ร้อยเอ็ด นครปฐม ไม่แน่ใจว่านี่คือกรมประมงหรือกรมอควอเรียม แสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เรื่องเหล่านี้ควรทำร่วมกับเอกชนในการดำเนินการ ไม่ใช่ภาครัฐทำเอง หน่วยราชการชอบจัดซื้อจัดสร้างเอง ให้งบประมาณผ่านมือตัวเอง ขณะเดียวกันยังพบว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างอาคารของตัวเองเยอะมาก 13 หน่วยงานของกระทรวงเกษตรฯ มีอาคาร 17,000 อาคาร เฉพาะกรมส่งเสริมการเกษตร มี 3,800 อาคาร กรมการข้าว 2,100 อาคาร กรมปศุสัตว์ 2,000 อาคาร ขณะที่ราชการไทยมีอาคารทั้งหมด 100,000 อาคาร เป็นระเบิดเวลาชั้นดี เพราะสัดส่วนงบประมาณก่อสร้างในอนาคตจะเป็นงบซ่อมบำรุง ยิ่งภาครัฐมีอาคารที่มากเกินจำเป็น จะเป็นภาระในอนาคตสูงขึ้น ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าน้ำค่าไฟ นับ 1,000 ล้านบาท หากกระทรวงเกษตรยังดำเนินนโยบายเช่นนี้ คงไม่มีโอกาสเห็นเกษตรกรมีรายได้สูงขึ้น จึงขอตัดงบประมาณ 1.1% หรือ 600 ล้านบาท เทียบเท่าวงเงินรวมของอควอเรียมแห่งใหม่ ที่จ.อุดรธานี และระยอง