“ยศชนัน” นัดหารือสงบศึก อุเทนถวาย-ปทุมวัน 9 ก.ย. ชูใช้กฎหมายนำ-ย้ายพื้นที่เลี่ยงปะทะ รับต้องจับเข่าคุยหัวโจก 2 สถาบัน ชี้ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่จะพยายามทำให้ดีที่สุด


วันที่ 8 กันยายน 2569 ที่รัฐสภา นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวถึงกรณี ทะเลาะวิวาทระหว่างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ว่าเป็นเรื่องที่เกิดความรุนแรงพอสมควร ซึ่งมีหลายท่านพยายามทำให้เรื่องนี้เป็นที่สิ้นสุด ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งได้เข้าไปพูดคุยกับอธิการบดี ทั้ง 2 มหาวิทยาลัย โดยขั้นแรกคือการเหลื่อมเวลาการเรียนการสอน เช่น ปทุมวัน จะไปเรียนที่บริษัท มีพี่ๆ มารับ ตั้งแต่ปี 1 เป็นโมเดลที่พยายามไม่ให้สองฝั่งปะทะกัน ซึ่งทำมาสักระยะหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ยังตั้งคณะกรรมการยุติข้อพิพาทระหว่าง 2 สถาบัน พยายามให้ 2 สถาบันมีการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะอุเทนถวายไปที่จุดอื่น ตรงนี้จะมีกรมธนารักษ์มาดูพื้นที่ให้ ซึ่งกำลังดำเนินการอยู่แต่ตนคิดว่าค่อนข้างช้า จึงมีการพูดคุยเพื่อหา Option เพิ่มเติม หากยังไม่มีพื้นที่ จะให้อุเทนถวายใช้พื้นที่ของตัวเองในการนำกลุ่มนักศึกษาออกไปจากพื้นที่ตรงนี้เพื่อเลี่ยงการปะทะกัน ซึ่งหากสามารถทำได้ จะเป็นการแก้ที่ยั่งยืน ทั้งนี้ได้มีการเช็คกับ 2 อธิการ ว่าหากเกิดข้อพิพาท หรือมีการแจ้งกับตำรวจจะให้มีการหยุดเรียน ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วปทุมวันก็มีการหยุดเรียน ในช่วงเปิดเทอมเพื่อไม่ให้มีการปะทะกันซึ่งก็ทำได้ดี แต่ในสัปดาห์ที่ผ่านมากลับมีการปะทะขึ้นมาอีก ตนในฐานะรัฐมนตรี อว. ได้พูดคุยกับผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ว่า วันพรุ่งนี้ (9 ก.ย.) เวลา 11.00 น. จะประชุมร่วมระหว่างตนเอง ปลัดและรองปลัด อว. รวมถึงอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล อธิการบดี และคณบดี อุเทนถวาย และอธิการบดี ปทุมวัน จะประชุมหารือกันว่าเราจะใช้เรื่องกฎหมายเป็นตัวตั้ง เกณฑ์ต่างๆ ที่มีความจำเป็นต้องทำ อย่างเคร่งครัด ซึ่งมหาวิทยาลัย ต้องดำเนินการเรื่องนี้อีกครั้ง


นายยศชนัน กล่าวว่า เรื่องเหล่านี้เกิดมาหลายปีมีผู้เสียชีวิตพอสมควร วันนี้ต้องถึงเวลาแล้วที่ต้องทำเรื่องนี้ให้รวดเร็ว จะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพราะถือเป็นความปลอดภัย ไม่เพียงแต่นักศึกษามหาวิทยาลัยแต่เป็นคนที่เดินอยู่ในบริเวณนั้นด้วย หลายคนโดนลูกหลงไปเยอะ จึงมีความจำเป็นต้องเร่งรัดตรงนี้แม้อาจไม่ง่ายนักเพราะมีการทำมาพอสมควรแล้ว แต่ตนจะร่วมกับทุกส่วนแบ่งงานแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจนว่าใครมีขอบเขตการทำงานไหนติดขัดอย่างไร ก็จะเรียนเชิญคนที่อาจจะมีประเด็นเข้ามาอยู่ในโต๊ะเดียวกัน เพื่อจะได้มองเห็นว่าติดขัดอยู่ที่ใคร จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีไหนได้บ้าง วันพรุ่งนี้ประชุมเสร็จเรียบร้อยจะส่งข้อมูลให้ผู้สื่อข่าว


เมื่อถามว่าปัญหานี้จะยุติในสมัยรัฐมนตรียศชนันหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า จะทำให้ดีที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นต้องทำ พยายามทำให้จบในเรื่องที่สามารถทำได้ มีเรื่องกฎหมายก็ต้องดูว่าจะต้องมีการบังคับคดีอย่างไร วันพรุ่งนี้จะแถลงให้ชัดเจนยิ่งขึ้นว่าไทม์ไลน์จะเป็นอย่างไร ยืนยันจะพยายามทำให้ดีที่สุด


เมื่อถามว่าที่ผ่านมามีการเจรจาหลายรอบแก้ปัญหาไม่ได้ควรมีวิธีการใหม่ๆอย่างไร นายยศชนันกล่าวว่า จะนำข้อกฎหมายต่างๆ แล้วก็ข้อยุติที่มีการตกลงเอามาวางเป็นไทม์ไลน์ไว้ก่อน เพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถนำไปปฏิบัติได้ง่ายขึ้น ซึ่งการแก้ไขปัญหาจริงๆจะต้องนำคือการนำผู้เกี่ยวข้องทุกคนจริงๆมา โดยขั้นตอนแรกจะเป็นผู้บริหารที่มีอำนาจเต็ม ขั้นตอนที่ 2 คือผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาพูดคุยกัน โดยเอากฎหมายเป็นสิ่งนำ จึงจะสามารถทำให้ไทม์ไลน์และเงื่อนเวลาทำได้เร็วขึ้น 


เมื่อถามว่าจะต้องมีการเจรจาระดับหัวโจก หัวหน้าแก๊งที่ก่อเหตุหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า ก็ต้องมีการเจรจากัน แม้อาจจะไม่ง่าย แต่คิดว่าต้องเจรจาด้วยเหตุผลและหลักฐานเพราะมีคนบาดเจ็บ อย่างไรก็ต้องทำเรื่องนี้จะยอมหรือไม่ก็แล้วแต่ แต่เป็นเรื่องที่ประชาชนคนไทยหวาดกลัว มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความเชื่อมั่น การท่องเที่ยวและการใช้ชีวิต ตรงนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด


เมื่อถามถึงการย้ายสถานที่จะมีกำหนดการชัดเจนหรือไม่ นายยศชนัน กล่าวว่า มีการตกลงเตรียมไว้ 2 แนวทางคือ นอกเมืองและวิทยาเขตต่างๆของราชมงคลตะวันออก ก็จะไปดูว่าสามารถดำเนินการในพื้นที่ไหนเพิ่มเติมได้บ้าง รวมถึงจะพยายามแปลงพื้นที่เดิมที่เป็นข้อพิพาทให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ให้เชื่อมโยงอุตสาหกรรม ซึ่งได้พูดคุยกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไว้ ว่าจะทำอย่างไรให้พื้นที่ที่เป็นข้อพิพาทให้เป็นพื้นที่เปิดทุกคนสามารถเข้ามาได้ และเชื่อมโยงระหว่างงานวิจัยและการค้าขาย ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของพื้นที่นั้นอยู่แล้ว