“ชลณัฏฐ์” เสนอตัดงบ กอ.รมน. 5% แฉโครงการ OSINT 89 ล้าน ไร้แจงรายละเอียด-สเปกไม่อัปเดต ซ้ำสุ่มเสี่ยงละเมิดสิทธิประชาชน
วันที่ 7 ก.ย. 2569 ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระที่ 2–3 มาตรา 7 งบประมาณรายจ่ายของสำนักนายกรัฐมนตรี นางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร (เขตบางบอน จอมทอง หนองแขม) พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ได้อภิปรายเสนอปรับลดงบประมาณลงร้อยละ 5 พร้อมยกตัวอย่างกรณีศึกษาการจัดซื้อระบบของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่พบข้อสงสัยหลายประการ
นางสาวชลณัฏฐ์ กล่าวว่า กอ.รมน. ได้ขออนุมัติงบประมาณสูงถึง 89 ล้านบาท เพื่อจัดหาระบบสอดส่องและวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารกรองจากแหล่งข้อมูลเปิด หรือ Open Source Intelligence (OSINT) ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลพฤติกรรมและความสัมพันธ์ของบุคคลจากพื้นที่สาธารณะและโซเชียลมีเดีย พูดง่ายๆ คือ เอาสิ่งที่ประชาชนพูดและทำ ในพื้นที่สาธารณะ มารวบรวม วิเคราะห์ และติดตามอย่างเป็นระบบ ไม่ต้องแฮ็ก ไม่ต้องดักฟัง แค่เอาข้อมูลที่เราทิ้งไว้บนโลกออนไลน์มาวิเคราะห์ ก็ทำได้แล้ว และแน่นอน การทำระบบแบบนี้มีต้นทุน ทั้งค่าซอฟต์แวร์เชิงพาณิชย์ ค่า API ค่าเซิร์ฟเวอร์ ค่าพัฒนาระบบ หรือแม้แต่ ค่าบุคลากร
“ดิฉันไม่ได้กำลังบอกว่า Open Source Intelligence ต้องฟรี แต่คำถามคือ เงินภาษีประชาชน 89 ล้านบาท เรากำลัง จ่ายค่า อะไรบ้าง” นางสาวชลณัฏฐ์ กล่าวและว่า
จากการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการกลับพบความไม่สมเหตุสมผลและความไม่โปร่งใสใน 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
1. รายละเอียดงบประมาณไม่ชัดเจน: ไม่มีการแจกแจงค่าใช้จ่ายที่แท้จริง ไม่ว่าจะเป็นจำนวนบุคลากร ค่าตอบแทน หรือโครงสร้างฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ทำให้สภาไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าวงเงิน 89 ล้านบาทนั้น คุ้มค่าหรือสมเหตุสมผลตามหลักการใช้ภาษีของประชาชนหรือไม่
2. ข้อมูลใน TOR ล้าสมัย: จากการตรวจสอบเอกสารข้อกำหนดโครงการ (TOR) ที่ได้รับจากอนุกรรมาธิการ ICT พบว่ามีการระบุชื่อแพลตฟอร์มที่จะใช้ติดตาม เช่น “Skype” ซึ่งบริษัท ไมโครซอฟท์ ได้ยุติการให้บริการสำหรับผู้ใช้งานทั่วไปไปแล้วตั้งแต่วันที่ 5 พฤษภาคม 2568 ทำให้เกิดคำถามถึงมาตรฐานการจัดทำงบประมาณปี 2570 ว่ามีการตรวจสอบและอัปเดตเทคโนโลยีให้เป็นปัจจุบันก่อนยื่นขอสภาหรือไม่
3. ความเสี่ยงละเมิดสิทธิและติดตามบุคคล: ตามคำชี้แจงของ กอ.รมน. ระบุว่าระบบสามารถระบุตำแหน่ง (Geolocation) และเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของ “บุคคลเป้าหมาย” ได้แบบ Real-time ซึ่งอาจเข้าข่ายสอดส่องและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในระดับรุนแรง โดยปราศจากกรอบเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าใครคือผู้กำหนดบุคคลเป้าหมาย และมีมาตรการคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างไร
“แม้ข้อมูลแต่ละชิ้นอาจมาจากพื้นที่สาธารณะ แต่การที่รัฐนำข้อมูลมหาศาลของบุคคลมารวบรวม วิเคราะห์ตำแหน่ง ความสัมพันธ์ และสร้าง Profile ขึ้นมา สิ่งนี้กระทบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างแท้จริง” นางสาวชลณัฏฐ์ ระบุ
กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจากพรรคประชาชน ทิ้งท้ายด้วยว่า โครงการดังกล่าวเป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดทำงบประมาณของ กอ.รมน. ที่ไม่สามารถพิสูจน์ความคุ้มค่า โปร่งใส และความจำเป็นต่อสภาได้ จึงขอเสนอให้ปรับลดงบประมาณของ กอ.รมน. ลงเพื่อปกป้องประโยชน์ของประชาชนและงบประมาณแผ่นดิน