“มหาดไทย” แจงหนังสือ “ศุภณัฐ” กรมโยธาฯ ตอบกลับแล้ว ไฟเขียวแนวทางผังเมืองรองรับ Data Center แบ่งขนาดชัดเจน-คุมเข้มความปลอดภัย


วันที่ 7 ก.ย. 2569  กระทรวงมหาดไทยออกหนังสือชี้แจงกรณีนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2567 ขอให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดอาคาร Data Center ในผังเมือง โดยมีความประสงค์ขอทราบความเห็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารให้มีความชัดเจนในการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


กระทรวงมหาดไทยขอเรียนว่า กรณีการรับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์จากบุคคลทั่วไป กระทรวงมหาดไทย โดยสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้รับบัญชาจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ดำเนินการกลั่นกรองมอบหมายไปยังส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง “ ซึ่งในขั้นตอนดังกล่าว นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ไม่อาจทราบในขั้นตอนหรือรายละเอียดการปฏิบัติในทุกเรื่อง”


ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการกรมโยธาธิการและผังเมือง พร้อมทั้งกำกับติดตามการดำเนินการของกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งนำความคิดเห็นดำเนินการพิจารณาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของ Data Center ในผังเมือง และได้มีหนังสือตอบไปยังนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาชน เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 ตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0706/9065 ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2568 แล้วด้วย


สำหรับความคืบหน้าการดำเนินการตั้งแต่รับเรื่องดังกล่าว กรมโยธาฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจ พร้อมทั้งได้ศึกษาข้อมูลของกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ประธานคณะกรรมการมาตรฐานดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับประเทศไทย วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูลแก่ผู้ปฏิบัติงานเพื่อทราบถึงข้อดี ข้อเสีย และความเหมาะสมในการกำหนดกฎ ระเบียบ มาตรการทางผังเมืองและอาคาร เนื่องจากกิจการดาต้าเซ็นเตอร์มีหลายขนาดและประเภท และแต่ละขนาด-ประเภท มีความต้องการใช้พื้นที่ และระบบประปา ระบบไฟฟ้า ระบบสื่อสาร การขออนุญาตตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลกระทบต่อสาธารณะที่ต่างกันออกไป


ขณะนี้ กรมโยธาฯ ได้มีการพิจารณาแนวทางการอนุญาตก่อสร้างอาคารแล้ว เห็นควรให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเทียบเคียงกับประเภทของอาคารหรือกิจการเท่าที่มีกำหนดไว้ โดยขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของผู้ยื่นคำขออนุญาตว่าจะใช้เป็นอาคารประเภทใดหรือกิจการประเภทใด ซึ่งในปัจจุบันการขออนุญาตก่อสร้างอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ ได้มีการขออนุญาตเป็นประเภทสำนักงาน อาคารพาณิชยกรรม หรืออาคารคลังสินค้า เจ้าพนักงานท้องถิ่นก็จะพิจารณาตามวัตถุประสงค์ และลักษณะ รูปทรง สัดส่วนของอาคารจากแบบแปลนที่ยื่นขออนุญาต กรณีที่อาคารมีพื้นที่น้อยกว่า 10,000 ตารางเมตร หรือไม่เข้าข่ายอาคารสูง ต้องปฏิบัติให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย กรณีอาคารมีพื้นที่ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตรขึ้นไป ต้องปฏิบัติให้มีลักษณะความปลอดภัยด้านอัคคีภัยเนื้อที่ว่าง แนวอาคารตามกฎหมาย ที่เข้มงวดมากขึ้น รวมถึงต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบอาคาร นอกจากนี้หากอาคารดังกล่าว เข้าข่ายเป็นอาคารประเภทควบคุมการใช้ต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามกฎกระทรวงกำหนดวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างอาคารประเภทควบคุมการใช้ด้วย


จากผลการศึกษาและการดำเนินงานที่ผ่านมา กรมโยธาฯ ได้จัดทำแนวทางกำกับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ได้แก่ 1. มาตรการทางด้านผังเมือง โดยนำนิยาม “ดาต้าเซ็นเตอร์” มากำหนดไว้ในกิจการการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองรวม ครอบคลุมทั้งประเภทที่ให้บริการแก่บุคคลอื่นหรือเพื่อใช้เอง และได้มีการกำหนดเพื่อควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดเล็ก - กลาง ซึ่งมีผลกระทบต่ำ ให้สามารถดำเนินการได้ในกลุ่มที่ดินประเภทที่อยู่อาศัย พาณิชยกรรม พื้นที่ชนบทและเกษตรกรรมบางส่วน และอุตสาหกรรม โดยมีเงื่อนไขเรื่องอัตราส่วนพื้นที่อาคารปกคลุมดิน (BCR) และระยะถอยร่นรวมกำหนดเงื่อนไขอื่นที่เกี่ยวข้อง และมีการกำหนดเพื่อควบคุมกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ซึ่งมีผลกระทบในหลายด้านให้สามารถดำเนินการได้ในพื้นที่เฉพาะที่กำหนดให้ดำเนินการได้เท่านั้น


2. มาตรการทางด้านการควบคุมอาคาร โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการยกร่างกฎกระทรวงว่าด้วยการควบคุมอาคารที่ใช้เป็นอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อกำหนดนิยามประเภทอาคาร หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการก่อสร้างอาคาร กำหนดหลักเกณฑ์ในการควบคุมอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ ให้มีความปลอดภัยด้านอัคคีภัยและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของประชาชนผู้อยู่อาศัยและชุมชนรอบข้าง และกำหนดเพิ่มเติมให้อาคารดาต้าเซ็นเตอร์เป็นประเภทอาคารที่ต้องจัดให้มีผู้ตรวจสอบ


สำหรับอาคารดาต้าเซ็นเตอร์ที่ประกอบกิจการอยู่ในปัจจุบัน กรมโยธาฯ จะประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกันตรวจสอบความปลอดภัยของอาคาร และผลกระทบต่อพื้นที่ชุมชนโดยรอบ รวมถึงข้อมูลใบอนุญาตก่อสร้าง หากพบว่าอาคารที่ประกอบกิจการอยู่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัยหรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ก็จะให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการออกคำสั่งกับเจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคารให้ปรับปรุงแก้ไขหรือสั่งห้ามใช้อาคาร แล้วแต่กรณี ประกอบกฎกระทรวงการแก้ไขอาคารที่มีสภาพหรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน หรืออาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย หรือก่อให้เกิดเหตุรำคาญ หรือกระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2563 ต่อไป โดยจะดำเนินการตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 12 กันยายน 2569 และจะนำแนวทางและมาตรการทางผังเมืองและการควบคุมอาคารเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ เพื่อประกอบในการกำหนดนโยบาย มาตรฐาน และกรอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการอนุมัติ การอนุญาต การส่งเสริมการลงทุน และการให้บริการภาครัฐสำหรับกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ต่อไป