“วีระ สมความคิด” โชว์เอกสารคดีฮั้ว สว. ขู่เปิดรายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้อง หาก 14 กันยายนนี้ กกต. ไม่มีการลงมติ พร้อมปูดข่าว กกต. ส่อเลื่อนพิจารณาคดีไปหลังวันที่ 28 กันยายน
วันที่ 6 กันยายน 2569 เมื่อเวลา 20.00 น. นายวีระ สมความคิด หัวหน้าคณะทำงานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้ไลฟ์เฟซบุ๊กส่วนตัว หลังจากโพสต์เฟซบุ๊กจะเปิดโปงข้อมูลการฮั้ว สว. พร้อมภาพกองเอกสาร รายงานการไต่สวนแฟ้ม 4 รายงานความเห็นเลขาธิการ และรายงานการประชุมชุดที่ 36 ว่าตนเองได้รับข้อมูลจากผู้หวังดีใน คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ส่งข้อมูลมาให้ เนื่องจากตนเองเคยเป็นนักศึกษาของ กกต. ในหลักสูตร พตส. (หลักสูตรพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง) รุ่นที่ 9 จึงพอที่จะรู้จักกับเจ้าหน้าที่ กกต. จำนวนไม่น้อย อย่างนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ก็เป็นเพื่อนร่วมรุ่นที่สวนกุหลาบ รุ่นเดียวกับ นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี เมื่อมีการยื่นเรื่องเข้ามา ก็ต้องตรวจสอบ และทำงานอย่างตรงไปตรงมา ตนเองไม่มีเจตนาเข้าข้างฝ่ายใดและช่วยเหลือใคร
จากนั้น นายวีระ ได้อ่านเอกสารรายงานการประชุมชุดที่ 36 และความเห็นของเลขาธิการ ว่าการฮั้วเลือก สว. โดยมี นายครรชิต เจริญอินทร์ รองเลขาธิการ กกต. เป็น 1 ในผู้ร่วมตรวจสอบ โดยได้สรุปความเห็นเมื่อ 15 กันยายน 2568 เสนอให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา เอาผิด 136 คน ที่มีชื่อปรากฏในโพย และยังพบเส้นเงินอีก 17 จังหวัดทั่วประเทศ เกี่ยวโยงนักการเมืองและพรรคภูมิใจไทย
โดยหลักฐานที่ตรวจพบ หาก กกต. เห็นว่ามีหลักฐานเพียงพอ สามารถส่งให้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ที่เป็นเจ้าของสำนวน ส่งให้เลขาธิการ กกต. สรุปความเห็น เสนอต่อ กกต. ต่อไป
ขณะที่วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะที่ 26 มีมติสรุปสำนวนคดีฮั้วเลือก สว. โดยเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย เป็น สว. 138 คน เครือข่าย 50 คน สส. และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย 21 คน ทีมงานที่มีส่วนร่วมอีก 20 คน และต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน
ส่วนเส้นเงินใน 17 จังหวัด พบว่า สว. ชุดปัจจุบัน มีการจ่ายเงินให้ผู้สมัครคนอื่นแบบไม่สุจริต แต่เลขาธิการ กกต. ให้ยกคำร้องเพราะหลักฐานไม่เพียงพอ โดยเฉพาะ แกนนำและกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ถูกยกหมด จึงส่งเรื่องมาให้ตนเองตรวจสอบ
ขณะที่ความเห็นของนายครรชิต เห็นควรให้ยื่นศาลฎีกา เพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง พร้อมให้ดำเนินคดีอาญา แต่ให้ยกเว้นบุคคลที่เป็นพยานไว้
นายวีระ ระบุว่า การมีคณะที่ 36 ขึ้นมาตรวจสอบคดีเลือก สว. อีกชุดไม่ใช่เรื่องแปลก แม้จะมีชุดที่ 26 แล้ว เพื่อมากลั่นกรองข้อมูลอีกชั้น แต่คณะที่ 36 กลับยกคำร้องพร้อมกันทั้งหมด 229 ราย โดยไม่ได้พิจารณาเป็นรายบุคคล ซึ่งไม่เคยปรากฏแบบนี้ โดยนายวีระเชื่อว่าที่ยกเหมาเข่งแบบนี้ เพราะมีกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย ตกเป็นผู้ถูกกล่าวถึง 20 คน หากส่งให้ศาลฎีกาคดีเลือกตั้ง และศาลอาญา แล้วพบว่า กรรมการบริหารพรรคเกือบ 20 คนมีความผิด จะนำไปสู่การยุบพรรค ที่เขาเชื่อว่าเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด จะทำให้เกิดขึ้นไม่ได้ ส่วน สว.ชุดปัจจุบันทั้ง 138 คน ที่จะถูกดำเนินคดีเลือกตั้งและอาญาด้วย จะต้องหลุดออกจากตำแหน่ง
นายวีระ ยังระบุถึงผู้ถูกร้องที่ 205 ที่นำโพยไปให้นาย ต ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่ง หารือว่าทำอย่างไรให้พรรคเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และทำอย่างไรให้การเลือกวุฒิสภา ในเดือนมิถุนายน 2567 จะได้ที่นั่งเกิน 120 คน จึงให้คนรุ่นใหม่ของพรรคไปศึกษาระเบียบกฎหมาย ใช้ระบบ Offline ในการดำเนินการ โดยพรรคจะต้องหาคนสมัครทุกอำเภอทุกกลุ่มอาชีพ พรรคมีค่าใช้จ่ายเป็นเงินสดตั้งแต่ระดับอำเภอ เพื่อดูว่า สส. แต่ละพื้นที่ของพรรค มีความกระตือรือร้นหรือไม่ และอาจมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อเป็นระยะ ตามนายใหญ่ต้องการ ซึ่งคุณสมบัติต้องเป็นคนยืดหยุ่น คุยกันได้ ต้องไม่เป็นคนตรงฉิน หัวดื้อ หรือมีความเป็นตัวของตัวเอง แต่ง้อได้ เพราะพรรคอยากคุมองค์กรอิสระ
ส่วนขั้นตอนการเลือก มีการวางคนไว้ทุกกลุ่ม การันตีคะแนนไว้ที่ 60 คะแนน พรรคจะให้เงินสดเป็นค่าใช้จ่าย ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละจังหวัด และกลุ่มอาชีพ เช่นกลุ่ม 13 วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเพราะหาผู้สมัครยาก และให้จัดหาจังหวัดสำคัญก่อน เช่น พิจิตร บุรีรัมย์ อยุธยา สตูล โดยให้ไปรับเงินที่ทำการพรรคที่ กทม.
ขณะที่พยานรหัสที่ 16 ที่ถือว่าเป็นประจักษ์พยาน ที่มีการเข้าไปที่เขาไปพบแกนนำพรรคการเมืองหนึ่งด้วยตัวเขาเองนั้น พบว่าภายหลังมีการกลับคำให้การ
นายวีระ ยังระบุว่า จริงๆ ตนเองมีชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด แต่ขอบอกเป็นรหัสก่อน หากวันที่ 14 ก.ย. นี้ กกต. ทั้ง 7 คน ไม่มีการลงมติคดีฮั้ว สว. ตนเองจะเปิดชื่อทั้งหมด โดยล่าสุดตนเองทราบข่าวมาว่าจะมีการเลื่อนพิจารณาออกไป เพราะอีกฝั่งอยากรอฟังท่าทีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ หลังวันที่ 28 กันยายน 2569 ก่อน