“พนิดา” แจงปมถูก “ณัฐวุฒิ” อดีตทนายแจ้งความ ย้ำปมตั้ง “สมชัย” ร่วมอนุฯ กมธ. ตรวจสอบข้อกฎหมายแล้วไม่พบความผิด บอกรอหนังสือจากตำรวจ ชี้หากรับเป็นคดี เตรียมปรึกษาทีมกฎหมายพรรคดำเนินการต่อ 


วันที่ 6 กันยายน 2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการและรองโฆษกพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายณัฐวุฒิ วงษ์เนียม อดีตทนายความ แจ้งความดำเนินคดีกับน.ส.พนิดา และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน เมื่อวันที่ 4 กันยายนที่ผ่านมา 


โดย น.ส.พนิดา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีการไปแจ้งความตนที่สน.ทุ่งสองห้อง แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับหนังสือมาจากส่วนงานราชการใด ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงต่อสาธารณะไปเรียบร้อยแล้ว ในประเด็นที่นายณัฐวุฒิได้กล่าวหาคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร และตนในฐานะประธานคณะอนุกมธ.พิจารณาศึกษากระบวนการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นการทั่วไป พ.ศ.2569 และการเลือกสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2567 ในกมธ.องค์กรอิสระฯ ซึ่งมีการแต่งตั้งนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. มาเป็นกมธ. ซึ่งเราได้มีการตรวจสอบข้อกฎหมายทั้งหมดแล้วพบว่านายสมชัยไม่ได้มีความผิดในกรณีที่ถูกกล่าวหา และในระเบียบของรัฐสภาก็ไม่ได้กำหนดหรือมีข้อบังคับที่เฉพาะบุคคลที่เป็นคณะอนุกรรมาธิการที่จะทำให้เอาผิดกล่าวโทษได้ในลักษณะนั้น 


น.ส.พนิดา กล่าวต่อว่า ขอให้คำมั่นกับประชาชนว่าประเด็นที่เราได้ตั้งนายสมชัยขึ้นมาเพราะความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่เคยเป็น กกต. มีความเข้าใจต่อระเบียบข้อกฎหมายเป็นอย่างดี จึงได้เชิญชวนเข้ามาทำหน้าที่ร่วมกัน และมองว่าในเอกสารที่มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ ยังไม่ได้มีมูลเหตุและข้อกล่าวหาที่จะต้องมีความกังวลใจใดๆ ยังรอหนังสือจากทางราชการว่าตำรวจจะส่งหนังสือเชิญไปให้ปากคำอย่างไรหรือไม่ และหากมีการรับแจ้งความ แล้วบรรจุเป็นคดีก็อาจจะต้องมาดูว่าในเมื่อมูลเหตุไม่ปรากฏแต่ถูกบรรจุเป็นคดีได้ จะต้องมีการดำเนินการอย่างไรต่อหรือไม่ 


น.ส.พนิดา กล่าวว่า ทั้งนี้ จะต้องมีการปรึกษากับทีมกฎหมายของพรรคก่อน แต่ส่วนตัวตนไม่ได้อยากเอากฎหมายมาเป็นเครื่องมือในการห้ำหั่นกันในกรณีที่มี บุคคลใดที่รู้สึกไม่พอใจต่อการปฏิบัติหน้าที่ของอนุกรรมาธิการฯ เข้าใจว่ายังไม่ปรากฏชัดว่าแรงจูงใจในการไปแจ้งข้อกล่าวหาเกิดจากอะไร ฉะนั้น ต้องรอทางฝ่ายกฎหมายพรรคตรวจสอบถ้อยคำในเนื้อหาก่อน หากเกิดเป็นคดีขึ้นจริง เราจะดำเนินการต่ออย่างไร