มท.4 สั่งเดินหน้าปราบภัยทะเบียนราษฎร์ต่อ ชูสโลแกน “ตรวจให้เจอ–ขยายผลให้ถึง–จัดการคนผิด–ปิดช่องโหว่” ไม่จบแค่ดำเนินคดี ต้องไล่ถึงต้นตอ–คน–เจ้าหน้าที่


วันที่ 6 ส.ค.นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กรมการปกครอง(ปค.) เดินหน้าปราบภัยทะเบียนเชิงรุก จากปฏิบัติการที่ผ่านมาทำให้เห็นช่องโหว่ และทำให้เห็นคนที่อยู่เบื้องหลัง” ตั้งแต่ “กวาดบ้านกลางกรุง” ที่พบความผิดปกติจากการตรวจสอบทะเบียนและการพักอาศัยในพื้นที่เป้าหมาย ไปจนถึง “ปฏิบัติการไชยปราการ” ที่ขยายผลการตรวจสอบไปถึงบุคคลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง สะท้อนว่าปัญหาทะเบียนต้องมองทั้งระบบ ไม่ใช่แก้เฉพาะจุดที่พบปัญหา


นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า โดยนำผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาเป็นฐานขยายผล ไม่หยุดแค่จับรายคดี แต่ให้ตรวจสอบย้อนกลับทั้งกระบวนการ ตั้งแต่การแจ้งข้อมูล การเพิ่มชื่อ การย้ายทะเบียน ไปจนถึงการจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้อง พร้อมตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกระดับ หากพบเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเปิดช่องให้เกิดการทุจริต ต้องดำเนินการตามกฎหมายทันที


จากนี้ สั่งให้ลุยต่อไม่ใช่จบแค่คดีที่จับได้ แต่ต้องเอาข้อมูลจากทุกปฏิบัติการมาวิเคราะห์หาความผิดปกติในพื้นที่อื่นด้วย” โดยกำหนดแนวทางทำงานให้ชัดเจน “ตรวจให้เจอ–ขยายผลให้ถึง–จัดการคนผิด–ปิดช่องโหว่” เพื่อไม่ให้ระบบทะเบียนถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสวมสิทธิหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ


นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า ทะเบียนราษฎรเป็นฐานข้อมูลสำคัญของประเทศ จึงไม่ควรมองเรื่องทะเบียนเป็นเพียงขั้นตอนด้านเอกสาร แต่ต้องให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง เพราะหากข้อมูลต้นทางผิด อาจส่งผลต่อกระบวนการอื่นตามมา


นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า จากสิ่งที่เรากำลังทำคือปิดช่องตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วค่อยตามแก้ ใครทำผิดต้องถูกดำเนินการ ใครเปิดช่องให้เกิดการทุจริตก็ต้องรับผิด และช่องโหว่ที่พบต้องถูกแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำผลจากปฏิบัติการที่ผ่านมาไม่ได้ถูกมองเป็นเพียงสถิติการจับกุม แต่จะนำมาใช้เป็น “บทเรียนจากพื้นที่จริง” เพื่อค้นหารูปแบบความผิดปกติ และตรวจสอบว่ามีการดำเนินการในลักษณะเดียวกันในพื้นที่อื่นหรือไม่


พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการข้อมูลและทำงานเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการตรวจสอบรายการที่มีลักษณะผิดปกติ การเชื่อมโยงข้อมูลบุคคล และการตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้สามารถพบความผิดปกติก่อนที่จะขยายเป็นปัญหาใหญ่ เจอคนผิดต้องจัดการ เจอขบวนการต้องขยายผล เจอช่องโหว่ต้องปิด นี่คือแนวทางของการปราบภัยทะเบียนจากนี้


นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การเดินหน้าปราบภัยทะเบียนต้องไม่กระทบประชาชนที่สุจริต ทุกกรณีต้องใช้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเป็นหลัก ขณะเดียวกันผู้ที่ใช้ช่องโหว่ของระบบเพื่อกระทำผิดจะต้องถูกดำเนินการอย่างจริงจัง ทะเบียนต้องเป็นหลักประกันความถูกต้องของประชาชน ไม่ใช่ช่องทางให้คนผิดใช้ประโยชน์ จากนี้จะไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วค่อยแก้ แต่จะลุยตรวจ ปิดช่อง และจัดการตั้งแต่ต้นทาง