รมว.กลาโหม ลงนามคำสั่ง เปิดโอกาสให้ทหารที่สมัครใจรับราชการ ปลดก่อนครบกำหนด หากสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐได้ หรือมีเหตุจำเป็น มีผลแล้วหลังประกาศในราชกิจจาฯ


เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 710/2569 เรื่อง แก้คำสั่งกระทรวงกลาโหม ลงนามโดย พลโทอดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม สั่ง ณ วันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 มีเนื้อหาว่า

ตามคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 275/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2566 เรื่อง การเลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ได้กำหนดหลักเกณฑ์การเลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ไว้แล้วนั้น

เนื่องจากทหารกองประจำการที่สมัครรับราชการทหารกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์อาจมีโอกาสในการประกอบอาชีพจากสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐได้หรือกรณีมีเหตุจำเป็นอื่น ซึ่งจำเป็นต้องกำหนดให้ทหารกองประจำการดังกล่าวสามารถขอปลดก่อนครบกำหนดเวลาปลดได้ ดังนั้น เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้แก้คำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 275/2566 ลงวันที่ 7 มีนาคม 2566 เรื่อง การเลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ โดยให้ยกเลิกความในข้อ 2 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“2. ให้เลื่อนกำหนดเวลาปลดทหารกองประจำการเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ ได้คราวละ 1 ปี ทั้งนี้ เมื่อครบกำหนดแล้ว และมีความจำเป็นที่ไม่สามารถส่งทหารกองประจำการเข้ารับราชการได้ตามวงรอบปกติ ให้เลื่อนกำหนดเวลาปลดให้ตรงตามวงรอบการปลดได้ แต่ต้องมีเวลารับราชการในกองประจำการเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ไม่น้อยกว่า 6 เดือน

กรณีทหารกองประจำการที่สมัครใจรับราชการในกองประจำการต่อเพื่อทดแทนการเรียกเกณฑ์ที่สอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐได้ หรือมีเหตุจำเป็นในการดูแลบิดา มารดา บุพการี คู่สมรสหรือบุตรที่พิการ ทุพพลภาพ หรือชราจนหาเลี้ยงชีพไม่ได้ และไม่มีผู้อื่นเลี้ยงดู สามารถขอปลดก่อนครบกำหนดเวลาปลดได้ โดยให้แจ้งความประสงค์ พร้อมแสดงหลักฐานตามสมควรที่สามารถยืนยันได้ว่าสอบบรรจุเข้าทำงานในหน่วยงานของรัฐได้ หรือหลักฐานระบุเหตุผลความจำเป็นต่อหน่วยต้นสังกัด และให้หน่วยต้นสังกัดของทหารกองประจำการผู้นั้นรายงานขออนุมัติต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อได้รับอนุมัติแล้วให้หน่วยต้นสังกัดดำเนินการปลดตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารต่อไป” นอกนั้นคงเดิม

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป