สำนักงาน กสทช. น้อมรับคำสั่งศาลปกครองสูงสุด รับฟ้องคดี “หมอสรณ” ขออภัยในความคลาดเคลื่อน ยืนยันหากกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด ไม่ควรดำเนินการเรื่องใดๆ


วันที่ 4 กันยายน 2569 สำนักงาน กสทช. ออกเอกสาร ขออภัยในความคลาดเคลื่อนและแก้ไขข่าวสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คดีระหว่างนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดีและคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี ดังนี้

  1.  คดีนี้เป็นกรณีที่นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณา ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่จะพิจารณาให้กรรมการซึ่งมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา 8(2) ได้เนื่องจากอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และมีคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีด้วย

    2 .   ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เห็นว่าผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรืออาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายอันนี้อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่รับฟ้องคดีนี้ไว้ และไม่จำเป็นต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาของผู้ฟ้องคดี จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ

    3.    ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในประเด็นที่เกี่ยวกับว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ได้รับความเสียหายแล้ว เนื่องจากเกิดจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าให้พ้นจากตำแหน่งทั้งที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้เลย

    4 .   ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ว่าให้รับฟ้องคดีของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนพิจารณาคดีของผู้ขอต่อไป

    5.    สำหรับในเนื้อหาของการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจหรือไม่มีอำนาจแต่อย่างใด และเนื้อหาในบางส่วนที่มีการกล่าวถึงว่าผู้ฟ้องคดีไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) นั้น เป็นการกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อจะได้มีคำสั่งว่าผู้ฟ้องคดีได้รับการกระทบสิทธิแล้วเท่านั้น ซึ่งในที่สุดศาลปกครองสูงสุดก็มีคำสั่งว่าให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาดังกล่าว


ดังนั้นสำนักงาน กสทช. จึงขอเรียนว่า สำนักงาน กสทช. น้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในการที่จะให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินต่อไป


สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันการยึดหลักปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งเรียนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเวียนย้ำหนังสือแนวปฏิบัติปี 2564 และ ปี 2561 ซึ่งหากกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามที่ยังไม่ถึงที่สุดกระบวนการ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น รวมถึงทุกเรื่องที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหากกระบวนการยังไม่ถึงที่สุดย่อมไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน