“ไหม” ชี้ MOA ภท. เป็นบทเรียนราคาแพง แต่ไม่น่าจดจำ เพราะไม่ใช้เรื่องสำคัญ แต่จะไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต


วันที่ 4 กันยาน 2569 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีครบรอบ 1 ปี เอ็มโอเอ พรรคประชาชน (ปชน.) และพรรคภูมิใจไทย ( ภท.) ได้รับบทเรียนอะไรบ้างว่า ตนจำไม่ได้ว่าครบรอบ 1 ปีแล้ว เพราะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ได้คิดว่าสมควรค่าแก่การจดจำ เราก็จะไม่จดจำ และไม่เฉลิมฉลองเวลาที่มันถึงเวลาครบรอบ อย่างไรก็ตามถือเป็นบทเรียนราคาแพงสำหรับพรรคประชาชน ในการที่จะสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างพรรคการเมืองด้วยกัน ว่าจะไว้ใจกันได้แค่ไหน 

นางสาวศิริกัญญากล่าวต่อว่า สัญญาทุกอย่างที่อยู่ในรูปของเอ็มโอยูและเอ็มโอเอ ก็จะเป็นเรื่องสัญญาใจ และใช้เครดิตของทั้งสองฝั่ง วันนี้เราก็เห็นแล้วว่าอีกฝั่งหนึ่งได้ทำลายเครดิตของตัวเองลงไป ทำให้เราต้องเรียนรู้บทเรียนราคาแพงนี้ว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต

ส่วนกรณีที่มีรายการ “ครม.พบประชาชน” นั้น อาจจะเป็นตัวช่วยในยามที่คะแนนนิยมตกต่ำ กลายเป็นว่าต้องไปใช้ช่อง NBT ในการเผยแพร่ผลงาน ตนก็คิดว่าไม่น่าจะได้ผลเท่าไหร่ ในแง่ของการเพิ่มคะแนนนิยมมากขึ้น ถ้าเมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีอยู่ที่สภาฯ จะไม่ต้องมีการปิงปองกันไปมา จึงอยากให้นายกรัฐมนตีมาตอบกระทู้สักครั้งในชีวิต 

นางสาวศิริกัญญายังกล่าวถึงกรณีที่เพจพรรคภูมิใจไทยโพสต์เตือนการอภิปรายรายงานของ กกต. อาจจะกลายเป็นการซักฟอกองค์กรอิสระว่า เรายังคงหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องทำทุกวิถีทางขนาดนี้ในการปกป้องหรือไม่ให้ กกต. ถูกอภิปรายในสภาฯ หนึ่งในคำตอบที่ชัดเจนตรงไปตรงมาคือในการอภิปราย กกต. โดยเฉพาะผลการดำเนินงานปี 2567 คงหนีไม่พ้นเรื่องการโกงเลือก สว. ซึ่งพรรคภูมิใจไทยอาจจะเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรงจากการเปิดเผยข้อมูลของพรรคประชาชนและภาคประชาชน ก็เลยเป็นเดือดเป็นร้อน 

เมื่อถามว่าการพิจารณาครั้งหน้าเรื่องญัตติไฟใต้จะยืดเยื้อเหมือนเมื่อวานนี้อีกหรือไม่ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ก็ลองคิดดูว่ามีการเติมชื่อ สส. ฝั่งพรรคภูมิใจไทยเกือบ 20 คน ฝ่ายค้านจัดผู้อภิปรายประมาณ 5 คน ถือเป็นเกมที่เขาวางไว้ตั้งแต่สัปดาห์นี้เพื่อล็อกเราในสัปดาห์ต่อไป เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะไปยื่นร้องเรียนการทำหน้าที่ของประธานและรองประธานสภาฯ นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า เราคิดว่าเราได้แสดงความเห็นในการวิพากษ์วิจารณ์ให้เกิดการปรับปรุงไปแล้ว คงไม่จำเป็นจะต้องมีการร้องเรียนอย่างเป็นลายลักษณ์อักษรอีก เพียงแต่ว่าก็รอดูว่าจะมีการปรับปรุงวิธีการทำงานหรือไม่ในอนาคต ถ้าเกิดซ้ำ เราอาจจะพิจารณาเรื่องการส่งข้อร้องเรียน