“พงศกร” ลั่นไม่กลัวกระสุน อย่าดีแต่ตั้ง ค่าหัวชาวบ้าน พร้อมลุย กับผู้มีอิทธิพล EEC พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ประสบปัญหาหนัก มีทั้งน้ำเสียลักลอบปล่อยมาจาก จ.ปราจีนบุรี 


วันที่ 4 กันยายน 2569 นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ปัญหาสารเคมีและกากอุตสาหกรรมพิษในพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) ประกอบด้วย ชลบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง โดยระบุว่า จากการลงพื้นที่สัปดาห์ที่ผ่านมา พบช่องว่างทางกฎหมายที่กลุ่มผู้มีอิทธิพลนำไปใช้แสวงหาผลประโยชน์อย่างกว้างขวาง


นายพงศกร กล่าวว่า พื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ประสบปัญหาหนัก มีทั้งน้ำเสียลักลอบปล่อยมาจาก จ.ปราจีนบุรี รวมถึงการตั้งโรงงานนำเข้าขยะจากต่างประเทศ นำสายไฟมาปอกและบดผสมดินก่อนนำไปแจกจ่ายชาวบ้านเพื่อกำจัด ตัวอย่างชัดเจนคือ บ่อพักอ่างเก็บน้ำเขาแหลม จ.ฉะเชิงเทรา ที่ชาวบ้านพบปลาตายและมีอาการแสบคัน เมื่อหน่วยงานรัฐเข้าตรวจพบค่าน้ำเป็นกรดรุนแรง มีค่า pH เพียง 2-3 ซึ่งกัดกร่อนเหล็กได้ ผลการสอบสวนพบโรงงานแอบปล่อยน้ำเสียลงดินจนซึมผ่านชั้นทรายลงสู่อ่างเก็บน้ำ แม้ชาวบ้านจะฟ้องชนะคดีจนศาลสั่งชดเชยกว่า 1,700 ล้านบาท แต่เงินดังกล่าวไม่สามารถซื้อชีวิตคืนได้ หลังพบชาวบ้านในพื้นที่ป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการปนเปื้อนของโลหะหนักและแคดเมียมในแหล่งน้ำที่ใช้ในเกษตรกรรมและปศุสัตว์


นอกจากนี้ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ยังเปิดเผยถึงขบวนการ “ประชามติอำพราง” ในการขอจัดตั้งโรงงานแห่งใหม่ โดยมีการอ้างผลการทำประชาพิจารณ์ผ่านถึง 97% แต่เมื่อตรวจสอบกลับพบว่าผู้ร่วมลงมติส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่ไม่ทราบรายละเอียด เพียงแต่ได้รับเงินจูงใจคนละ 1,000 บาทเพื่อแลกกับการเซ็นชื่อ ทำให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจริงไม่มีส่วนร่วม


“ชาวบ้านสู้ด้วยตัวเองมาตลอดจนถูกผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่นตั้งค่าหัวข่มขู่ เพราะการปิดปากคนๆ เดียวถูกกว่าการรับผิดชอบความเสียหาย พรรคประชาธิปัตย์จึงขอเป็นตัวแทนต่อสู้ โดยเปิดตัวเว็บไซต์ช่องทางรับร้องเรียน 'จับตาสารเคมีภาคตะวันออก' (chapta.democrat.or.th/waste) เพื่อให้ประชาชนแจ้งเบาะแสโรงงานลักลอบปล่อยมลพิษ โดยพรรคจะนำทีมลงพื้นที่ งัดมาตรการทางกฎหมายสั่งปิดโรงงานเดินหน้าคืนความยุติธรรมให้ชาวบ้าน พร้อมฝากถึงกลุ่มอิทธิพลว่า ไม่เคยเกรงกลัวต่อกระสุนหรือการข่มขู่ และจะไม่ยอมให้ใครมาปกปิดความจริงเพื่อเอาเปรียบประชาชนอีกต่อไป” นายพงศกร กล่าว