“วรศิษฎ์” สวนเดือดกลางสภา “ไอซ์ รักชนก” ย้ำลงพื้นที่จริง ปัตตานี–ยะลา ถึงตี 2 ไม่หวังคำชม ลั่น “ไม่รู้ ไม่พูดบ้างก็จะเป็นประโยชน์”
วันที่ 4 กันยายน 2569 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 3 กันยายน นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) ลุกขึ้นชี้แจงตอบโต้ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กรณีตั้งคำถามถึงการลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของรัฐบาล โดยยืนยันว่า การจะประเมินว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาในพื้นที่หรือไม่ ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ใช่สรุปจากเพียงภาพหรือข้อมูลบางส่วน
นายวรศิษฎ์กล่าวว่า ตนเข้าใจเหตุผลของทั้งสองฝ่ายในการสนับสนุนหรือไม่สนับสนุนญัตติ และไม่ก้าวล่วงความคิดเห็นของสมาชิก แต่เมื่อมีการระบุว่าคณะรัฐมนตรีไม่ได้ให้ความสำคัญกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงขอเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันจากประสบการณ์ที่ตนลงพื้นที่ด้วยตัวเอง
“ผมเองก็ลงไปด้วยตัวเองนะครับ แล้วเข้าไปในพื้นที่ที่เกิดเหตุ ที่เกิดสถานการณ์รุนแรงนะครับ อย่างน้อยที่สุดก็เพื่อที่จะไปบอกเขาว่า วันนี้เขาไม่ได้เดินอยู่อย่างเดียวดาย พวกเราก็พร้อมที่จะอยู่ วันนั้นเข้าไปทั้งปัตตานี ยะลา นะครับ ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ กลับมาก็ประมาณสัก 02:00 น. แล้ว”
นายวรศิษฎ์ย้ำว่า การลงพื้นที่ดังกล่าวไม่ได้ทำขึ้นเพื่อหวังให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมองเห็นหรือยอมรับการทำงานของตน พร้อมระบุว่า สิ่งสำคัญคือประชาชนในพื้นที่รับรู้ว่าผู้แทนราษฎรยังอยู่เคียงข้างและไม่ทอดทิ้งพวกเขา
“ผมไม่ได้คาดหวังว่าสิ่งที่พวกผมทำเนี่ย ท่านจะเห็น ผมไม่เคยคาดหวังครับ แต่ผมมั่นใจว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เห็นนะครับ”
พร้อมกันนี้ นายวรศิษฎ์ยังโต้แย้งประเด็นการประชุม ครม.สัญจร โดยระบุว่า การที่คณะรัฐมนตรีลงพื้นที่ภาคใต้ ไม่ได้หมายความว่าจะละเลยปัญหาของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีการเปิดพื้นที่ให้ตัวแทนจากหลายภาคส่วนในพื้นที่เข้ามาหารือ ทั้งภาคเอกชน ผู้นำศาสนา และฝ่ายความมั่นคง เพื่อร่วมกันกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหา
“ผมว่าควรจะต้องตรวจสอบให้ดี แล้วท่านบอกว่าการลงไปประชุม ครม.สัญจร ครั้งนี้ เราไม่ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับ 3 จังหวัด ผมว่าไม่มีการประชุม ครม. ครั้งไหนหรอกครับที่มีการเชิญพี่น้อง 3 จังหวัดในทุกๆ ฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายเอกชน ผู้นำศาสนา ฝ่ายความมั่นคง ทั้งหมดเนี่ยมานั่งคุยกัน ว่าเราควรที่จะเดินไปในทิศทางไหน”
นายวรศิษฎ์ทิ้งท้ายด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนว่า การอภิปรายในสภาควรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ถูกต้อง พร้อมฝากถึงสมาชิกที่วิพากษ์วิจารณ์ว่า ก่อนจะกล่าวถึงการทำงานของรัฐบาลหรือผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน “ฉะนั้นบางสิ่งบางอย่าง ถ้าไม่รู้ ไม่พูดบ้างก็จะเป็นประโยชน์ครับ”
การลุกขึ้นชี้แจงของนายวรศิษฎ์ครั้งนี้ สะท้อนจุดยืนว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ควรถูกนำมาเป็นเพียงประเด็นในการถกเถียงทางการเมือง แต่ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง การลงพื้นที่จริง และการรับฟังเสียงของประชาชนในพื้นที่อย่างรอบด้าน